“นิกร-ภท.”ขอสภาเห็นชอบร่างกม.นิรโทษ ยันไม่ล้างผิด112-ฮั้ว สว.

การเมือง ข่าว
“สส.นิกร” ภูมิใจไทย ขอสภาเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ยันไม่ล้างผิดคดี 112-ฮั้ว สว. หวังปิดฉากการเมืองขัดแย้งตลอด 20 ปี

 

นายนิกร จำนง สส. พรรคภูมิใจไทย ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม และกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข กล่าวถึงกรณีวุฒิสภาให้ความเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข เมื่อวานนี้ ว่า ร่างนี้เป็นไปตามหลักการของร่างพรรคภูมิใจไทย ที่ลงนามโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ซึ่งมีการปรับปรุงพิจารณาถ้อยคำในชั้นกรรมาธิการ รวมถึงวุฒิสภามีการปรับแก้คำ โดยไม่ได้มีความขัดแย้งกัน เพราะยังคงเป็นไปตามหลักการเดิม คือไม่รวมการกระทำความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ , การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ การกระทำความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย หรือเป็นการกระทำผิดต่อส่วนตัว หรือเป็นการกระทำความผิดที่ต้องรับผิดต่อบุคคลใดที่ไม่ใช่หน่วยงานรัฐเป็นการเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่ม

ส่วนที่วุฒิสภามีการแก้ไขสถานะรัฐวิสาหกิจ ว่าเป็นหน่วยงานหนึ่งของรัฐ และตัดคำว่ารัฐวิสาหกิจออก เพราะมันซ้ำซ้อนกัน ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการบังคับใช้กฎหมาย ยกตัวอย่าง เคสที่ท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย หรือ ทอท. ฟ้องทางแพ่งคดีปิดสนามบิน และได้รับชำระค่าเสียหายแล้ว 5 ล้านบาท ก็ให้ถือว่าไม่มีความผูกพันและไม่ต้องชำระเงินคืน

 

นายนิกร ยังยืนยันว่า กฎหมายฉบับนี้หากบังคับใช้แล้ว จะไม่รวมความผิดที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งโดยทุจริต หรือการเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม หรือการให้ข้อมูลเป็นเท็จเกี่ยวกับการสมัครเลือกตั้ง

 

ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่ากฎหมายนี้จะให้ประโยชน์กับคดีฮั้ว สว. ด้วยนั้น นายนิกร ย้ำว่า ไม่มี และให้กลับไปดูบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการซึ่งมีการคุยเรื่องนี้กว่าครึ่งวัน

 

ทั้งนี้ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล เชื่อว่า วันนี้หากวุฒิสภาส่งเรื่องมายังสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ หรือพรุ่งนี้ และสามารถบรรจุเข้าที่ประชุมสภาในสัปดาห์สุดท้ายก่อนปิดสมัยประชุม ซึ่งตนคิดว่าร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข นี้น่าจะไม่มีปัญหา เพราะหากสภามีความเห็นต่าง ต้องปรับปรุงแก้ไขและตั้งกรรมาธิการร่วมสองสภาซึ่งต้องใช้เวลาอีก แต่ถ้ามีการพูดคุยกันก่อนในวิปรัฐบาลก็น่าจะให้ความเห็นชอบตามที่วุฒิสภาเสนอมา จะได้นำขึ้นทุนเกล้าฯ ต่อไป เพราะเรื่องนี้พยายามทำมา 20 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2548 จนบัดนี้ยืดเยื้อยาวนาน ก็คิดว่าจะได้จบเสียที เพราะพูดมาจนเบื่อแล้ว

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่