จับตาศาลอาญา! ไต่สวนคำร้องเพิกถอนประกัน “ทนายตั้ม” ขณะ สนธิ ลิ้มทองกุล ร่วมสังเกตการณ์ด้วย -ศาลนัดฟังคำสั่งช่วงบ่ายวันนี้
ความคืบหน้ากรณีที่ อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ พร้อมด้วย น.ส.อัจฉรา แสงขาว หรือ “ทนายปุย” ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญา ขอเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” ในคดีฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับ “พี่อ้อย” ภายหลังศาลเคยมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนั้น
ล่าสุด วันนี้ (30 มิ.ย.) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้นัดไต่สวนคำร้องขอเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว และคำร้องคัดค้านของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม”
บรรยากาศก่อนการไต่สวน อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ พร้อมด้วย น.ส.อัจฉรา แสงขาว หรือ “ทนายปุย” ได้เดินทางมาถึงศาลอาญา โดยทั้งสองให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเพียงสั้น ๆ ว่า จะขอชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดภายหลังการไต่สวนแล้วเสร็จ

ต่อมา เวลา 09.30 น. นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” ได้เดินทางมาถึงศาล พร้อมกล่าวกับสื่อมวลชนว่า วันนี้เป็นการไต่สวนตามนัดของศาล โดยฝ่ายตนได้ยื่นคำคัดค้านไว้แล้ว และจะยื่นเอกสารเพิ่มเติมต่อศาลอีก ทั้งนี้ จะดำเนินการชี้แจงด้วยตนเอง และคาดว่าการพิจารณาจะแล้วเสร็จก่อนช่วงเที่ยงวัน
จากนั้น เวลา 09.40 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้เดินทางมายังศาลอาญา เพื่อรับฟังการไต่สวนในคดีดังกล่าวด้วย
ภายหลังการพิจารณาเสร็จสิ้นประมาณ 30 นาที อาจารย์ปานเทพ ได้ลงมาให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ได้รับมอบอำนาจจาก “พี่อ้อย” ให้มาสังเกตการณ์การพิจารณาคดี รวมทั้งเตรียมเข้าเบิกความเป็นพยานในชั้นไต่สวน แต่ปรากฏว่าศาลได้สอบถามข้อเท็จจริงในประเด็นที่นายษิทราเคยกล่าวว่า “ให้นำคดีของตนไปสอนนักศึกษาและผู้พิพากษาด้วย” ซึ่งนายษิทรายอมรับต่อศาลว่าได้กล่าวข้อความดังกล่าวจริง แต่ไม่มีเจตนาดูหมิ่นศาล
อาจารย์ปานเทพ กล่าวว่า เมื่อข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติแล้ว ศาลจึงเห็นว่าไม่มีเหตุจำเป็นต้องไต่สวนพยานเพิ่มเติม และจะนำเรื่องไปพิจารณา ก่อนนัดฟังคำสั่งในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน
ด้าน ทนายตั้ม ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า ศาลไม่ได้ดำเนินการไต่สวน เนื่องจากข้อเท็จจริงปรากฏตามคลิปวิดีโออยู่แล้ว โดยศาลจะพิจารณาว่าการกล่าวถ้อยคำดังกล่าวเข้าข่ายกระทำความผิดหรือไม่ ก่อนนัดคู่ความกลับมาฟังคำสั่งอีกครั้งในเวลา 13.30 น.

โดยวันนี้ได้ยื่นคำคัดค้านคำร้องขอเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวเพิ่มเติม เพื่อให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่นศาลหรือละเมิดอำนาจศาล แต่เป็นการแสดงความคิดเห็นในเชิงวิชาการเกี่ยวกับการรับฟังพยานหลักฐาน พร้อมยอมรับว่าได้กล่าวข้อความตามที่ปรากฏในคลิปจริง
ซึ่งในวันเกิดเหตุ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นได้เปิดโอกาสให้ตนแสดงความคิดเห็น จึงเสนอความเห็นในเชิงวิชาการ และเห็นว่าคดีดังกล่าวสามารถใช้เป็นวิทยาทานได้ พร้อมระบุว่า หากการกระทำของตนไม่เหมาะสม ศาลย่อมสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ตั้งแต่วันนั้น อย่างไรก็ตาม ผลจะเป็นเช่นไรขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล ซึ่งได้นัดฟังคำสั่งในเวลา 13.30 น. ของวันนี้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews