“เสรีพิศุทธ์” พาดพิงนายกฯ “โสภณ” สั่งถอนคำพูดประธานไม่เป็นกลาง

การเมือง ข่าว

 

ประท้วงวุ่นกลางสภา! “เสรีพิศุทธ์” พาดพิงนายกฯ ปมฮั้ว สว. เจอ “ศุภชัย” เบรกหนัก ก่อน “โสภณ” สั่งถอนคำพูดกล่าวหา ประธานไม่เป็นกลาง สุดท้ายยุติอภิปราย

 

 

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 เกิดเหตุประท้วงอย่างต่อเนื่อง ระหว่างการอภิปรายของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จนต้องยุติการอภิปรายกลางคัน

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เริ่มอภิปรายโดยเชื่อมโยงการจัดทำงบประมาณกับการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี พร้อมย้อนถึงเหตุการณ์ทางการเมืองตั้งแต่ปี 2562 และกล่าวถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก่อนเปิดข้อมูลข่าวที่ระบุว่านายอนุทินเป็นหนึ่งในผู้ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรียกรับทราบข้อกล่าวหาในคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

ทันทีที่มีการกล่าวถึงประเด็นดังกล่าว นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า เนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาร่างงบประมาณ ขณะที่นายโสภณ ซารัมย์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม วินิจฉัยไม่อนุญาตให้เปิดคลิปวิดีโอที่มีบุคคลภายนอกเกี่ยวข้อง พร้อมขอให้ผู้อภิปรายเข้าสู่ประเด็นงบประมาณโดยตรง

แต่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยืนยันว่า การกล่าวถึงพฤติกรรมในอดีตมีความเกี่ยวข้องกับการชี้ให้เห็นเจตนาในการบริหารประเทศ โดยระบุว่าหากผู้บริหารมีความซื่อสัตย์ก็จะสามารถบริหารประเทศด้วยความสุจริต แต่หากมีพฤติกรรมทุจริตก็ย่อมส่งผลต่อการบริหารราชการแผ่นดิน

 

 

ด้านนายศุภชัย โต้แย้งว่า การอภิปรายดังกล่าวเป็นการพาดพิงนายกรัฐมนตรีและไม่เกี่ยวข้องกับสาระของร่างงบประมาณ พร้อมระบุว่าหากเป็นเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจจะไม่ติดใจ แต่ในการพิจารณางบประมาณควรอภิปรายให้ตรงประเด็น และขอให้ผู้อภิปราย “อภิปรายด้วยความมีสติ”

ทำให้ นายโสภณ วินิจฉัยเพิ่มเติมว่า หากเห็นว่านายกรัฐมนตรีกระทำผิดหรือขาดคุณสมบัติ มีช่องทางดำเนินการผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือกระบวนการตรวจสอบอื่น พร้อมขอให้การอภิปรายเป็นไปตามข้อบังคับ โดยเฉพาะในวันที่มีนักศึกษาเข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุม

ต่อมา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ หยิบยกประเด็นการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยกล่าวหาว่ามีการโยกย้ายข้าราชการและช่วยเหลือ “สีน้ำเงิน” ในการเลือกตั้ง ทำให้นายศุภชัยลุกขึ้นประท้วงอีกครั้งว่า เป็นการอภิปรายผิดเวทีและผิดวาระ

ระหว่างนั้น นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี เห็นว่า การอภิปรายสามารถเชื่อมโยงกับงบด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตได้ และขอให้ประธานวินิจฉัยด้วยความเป็นกลาง

นายโสภณ ยืนยันว่า ปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบังคับและเปิดโอกาสให้อภิปรายในส่วนที่ไม่ผิดระเบียบ พร้อมระบุว่า หากข้ามเส้นจะกลายเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

 

 

สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น เมื่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวหาว่า ประธานในที่ประชุม “ไม่เป็นกลาง” และอยู่ฝ่ายรัฐบาล ทำให้นายโสภณสั่งปิดไมโครโฟน พร้อมขอให้ถอนคำพูด โดยยืนยันว่าประธานสภาต้องปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบังคับ ไม่สามารถถูกกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ตอบกลับว่า “ไม่เป็นกลาง ท่านก็อยู่ริม ๆ แล้วกัน” ก่อนตั้งคำถามกลับและท้าให้ประธานสาบานว่าไม่ได้ลำเอียง ด้านนายโสภณ ระบุว่าการกล่าวเช่นนี้ถือเป็นการก้าวล่วงการทำหน้าที่ของประธาน และหากยังใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมจะไม่อนุญาตให้อภิปรายต่อ

ท้ายที่สุด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า “งั้นผมไม่อภิปรายต่อ ขออนุญาตจบ” ก่อนยุติการอภิปราย ท่ามกลางบรรยากาศการประชุมที่ตึงเครียดจากการประท้วงต่อเนื่องหลายครั้ง

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

ปิดโหมดสีเทา