ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ออกมาแล้ว และแม้ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์”จะคว้าชัยแบบถล่มทลาย แต่สิ่งที่หลายคนกำลังพูดถึงกลับเป็นอันดับ 2 และอันดับ 3 เพราะผู้สมัครอิสระขึ้นมาแรง ขณะที่พรรคประชาชนตกไปอยู่อันดับ 3จนเกิดคำถามตามมาว่า คะแนนเสียงของพรรคในเมืองหลวงกำลังส่งสัญญาณอะไรหรือไม่?!
เนื้อหา ::ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ออกมาเรียบร้อยแล้ว และแม้ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” จะชนะเลือกตั้งแบบขาดลอยตามความคาดหมาย แต่สิ่งที่หลายคนพูดถึงกลับเป็นอันดับ 2 และอันดับ 3 เพราะรอบนี้ผู้สมัครอิสระอย่าง “มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข” ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ส่วนผู้สมัครจากพรรคประชาชนกลับตกไปอยู่อันดับ 3 จนเกิดคำถามตามมาว่า เกิดอะไรขึ้นกับฐานเสียงของพรรคในกรุงเทพฯ
สำหรับการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯ ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. จำนวน 2,201,739 คน จากผู้มีสิทธิทั้งหมด 4,428,644 คน หรือคิดเป็นเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการเลือกตั้ง ส.ก. มีผู้มาใช้สิทธิ 2,077,921 คน คิดเป็นร้อยละ 47.4
ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ พบว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระ ได้รับคะแนนสูงถึง 1,444,914 คะแนน คว้าเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. อีกสมัยไปครอง ขณะที่อันดับ 2 คือ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครอิสระ ได้ 288,171 คะแนน ส่วนอันดับ 3 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคประชาชน ได้ 176,934 คะแนน ตามมาด้วย นายอนุชา บูรพชัยศรี จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้ 101,819 คะแนน และ ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผู้สมัครอิสระ ได้ 45,598 คะแนน
หลังทราบผลคะแนน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคฝ่ายกิจการพิเศษ พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความยอมรับผลการเลือกตั้ง โดยระบุว่า
“คะแนนจากการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. ที่พรรคประชาชนได้รับในครั้งนี้ ผมขอพูดอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่อ้อมค้อมเลยครับว่า เป็นคะแนนที่สะท้อน ‘คำติติง’ จากพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร ที่มีต่อพรรคประชาชนอย่างชัดเจนมาก ชัดเจนเหมือนคุณครูเรียกนักเรียนคนหนึ่งเข้าไปตักเตือนในห้องพักครู ด้วยความหวังดี”
พร้อมย้ำว่า พรรคไม่มีข้ออ้างหรือคำแก้ตัวใด ๆ และยอมรับว่าการเตรียมตัว และการวางแผนของพรรคยังไม่ดีพอ รวมถึงขอโทษประชาชนที่ทำให้ผิดหวัง
และจะนำผลคะแนนครั้งนี้ไปเป็นบทเรียนเพื่อปรับปรุงพรรคต่อไป
อย่างไรก็ตาม แม้ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. จะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แต่ในการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ ส.ก. พรรคประชาชนยังสามารถคว้าที่นั่งไปได้ถึง 22 ที่นั่ง
ส่วนใครที่ไม่ได้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้ ยังสามารถแจ้งเหตุ ที่ไม่อาจไปใช้สิทธิได้ภายใน 7 วันหลังวันเลือกตั้ง คือระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน ถึง 5 กรกฎาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์ www.bora.dopa.go.th หรือ www.ect.go.th แอปพลิเคชัน Smart Vote หรือยื่นเรื่องต่อนายทะเบียนท้องถิ่น เพื่อรักษาสิทธิของตนเองตามกฎหมาย
และจากการเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนคือเสียงของคนกรุงเทพฯ ได้ส่งสารทางการเมืองผ่านคูหาเลือกตั้งเรียบร้อยแล้ว จากนี้คงต้องจับตากันต่อว่า แต่ละพรรคจะนำบทเรียนจากผลคะแนนครั้งนี้ไปปรับตัวอย่างไร
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews