“คริส” แฉ”ระบอบอากง ภาค 2″ฮั้วเงินทอนผ่าน สก.

การเมือง ข่าว

 

“คริส” แฉ”ระบอบอากง ภาค 2″ กล่าวหาฮั้วเงินทอนผ่าน สก. ซอยงบต่ำกว่า 5 แสนบาท พบพิรุธบริษัทครูสอนศิลปะกวาดงานรัฐนับพันโครงการ ท้า “ชัชชาติ” ประกาศชัดไม่เอาระบบอากง เตรียมหอบหลักฐานยื่น ป.ป.ช. สัปดาห์หน้า

 

 

พรรคเศรษฐกิจแถลงข่าว “เกาะติดปฏิบัติการขุดรากถอนโคลนเพื่ออนาคตคนกรุงเทพฯ ทุบระบอบอากง ภาค 2” โดยนายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบโครงการจัดซื้อจัดจ้างของกรุงเทพมหานคร โดยรู้สึกยินดีที่หลายพรรคการเมืองเริ่มให้ความสำคัญกับการตรวจสอบการทุจริต พร้อมอ้างข้อมูลที่มีการเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า โครงการจัดซื้อจัดจ้างของกรุงเทพมหานครกว่า 92.8% เป็นโครงการวงเงินต่ำกว่า 500,000 บาท ที่ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ซึ่งปัญหาสำคัญเกิดจากโครงสร้างตาม พ.ร.บ.กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 ที่ให้อำนาจผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมากเกินไป ขณะที่กลไกตรวจสอบมีไม่เพียงพอ จนนำไปสู่สิ่งที่เรียกว่า “ระบบอากง” ซึ่งเป็นกลไกการประสานงานทางการเมืองระหว่างฝ่ายบริหารกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในการผลักดันงบประมาณและโครงการต่าง ๆ

ทั้งนี้ มีการซอยโครงการยิบย่อยให้ต่ำกว่า 5 แสนบาท เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคา เปิดช่องให้กลุ่มผู้รับเหมาและซัพพลายเออร์บางกลุ่มเข้ารับงาน โดยมีการแบ่งผลประโยชน์หรือเงินทอนในบางโครงการ

นายคริส ยังประกาศว่า พรรคเศรษฐกิจจะเสนอแนวทางแก้ไขกฎหมายกรุงเทพมหานครทั้งระบบ รวมถึงจัดตั้งองค์กรอิสระด้านการตรวจสอบการทุจริตของ กทม. ที่ไม่ขึ้นตรงต่อผู้ว่าฯ หรือปลัดกรุงเทพมหานคร โดยมีวาระดำรงตำแหน่ง 6 ปี และมีตัวแทนจากหลายองค์กรร่วมเป็นกรรมการ ด้านตัวแทนพรรคเศรษฐกิจจากหลายพื้นที่ยังนำเสนอข้อมูลโครงการที่เห็นว่า มีความผิดปกติ อาทิ กรณีบริษัทแห่งหนึ่งที่เจ้าของมีอาชีพเป็นครูสอนศิลปะ แต่ได้รับงานจ้างเหมาครูสอนว่ายน้ำและงานภาครัฐอื่น ๆ รวมมูลค่าหลายสิบล้านบาท

 

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยข้อมูลบริษัทอีกแห่งที่ได้รับงานจัดทำอาหารเช้าและอาหารกลางวันให้โรงเรียนในสังกัด กทม. มากกว่า 1,000 โครงการ รวมมูลค่าเกือบ 200 ล้านบาท โดยพบว่าโครงการจำนวนมากใช้วิธีเฉพาะเจาะจงและมีราคาตรงกับราคากลาง พร้อมยังตั้งข้อสังเกตถึงโครงการซ่อมแซมและบำรุงรักษาบางประเภท เช่น โครงการซ่อมเครื่องปรับอากาศวงเงิน 499,208 บาท ซึ่งมีการตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของวงเงินและรายละเอียดการดำเนินงาน

นายคริส กล่าวว่า จากการรวบรวมข้อมูลพบโครงการที่เข้าข่ายมีความเสี่ยงต่อการทุจริตรวมมูลค่ากว่า 1,100 ล้านบาท และเตรียมนำเอกสารหลักฐานกว่า 300 หน้า พร้อมรายชื่อบริษัทที่เกี่ยวข้อง ยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งการซอยโครงการเพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคา หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการกระทำโดยเจตนา อาจเข้าข่ายความผิดทางอาญา ซึ่งมีโทษถึงขั้นจำคุก

ส่วนกรณีที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ระบุว่าไม่รู้จักคำว่า “ระบอบอากง” และทุกขั้นตอนดำเนินการตามกฎหมาย นายคริสกล่าวว่า หากมั่นใจว่าทุกอย่างถูกต้อง ก็ควรชี้แจงต่อ ป.ป.ช. และเปิดเผยข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ จึงขอตั้งคำถามถึงการจัดซื้ออาหารกลางวันนักเรียนที่มีการแบ่งจัดซื้อเป็นรายเดือน ทั้งที่สามารถดำเนินการจัดซื้อแบบรวมทั้งปีได้ พร้อมระบุว่ากรณีดังกล่าวสมควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด

 

 

นายคริส ยืนยันว่า การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายโจมตีบุคคลหรือพรรคการเมืองใดในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง แต่ต้องการทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณสาธารณะ หากนายชัชชาติ ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้อง ก็ควรประกาศให้ชัดว่าไม่สนับสนุนระบบอากง และพร้อมตรวจสอบทุกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา โดยพรรคเศรษฐกิจเรียกร้องให้สมาชิกสภากรุงเทพมหานครทุกกลุ่มการเมือง ออกมาชี้แจงต่อสาธารณชนเกี่ยวกับการใช้งบประมาณในพื้นที่ของตน เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

ปิดโหมดสีเทา