“ปกรณ์” เตรียมแก้กฎหมายคนเข้าเมืองเร่งกระบวนการส่งตัว “ผู้ต้องกัก” กลับประเทศทันที ลดภาระงบประมาณ-ทันสากล จ่อ หารือมหาดไทย-ตร.สัปดาห์หน้า พร้อมลุยแก้กฎหมายรอง 7 พันกว่าฉบับ เป็นควิกวิน ลดอุปสรรคการลงทุน ใช้เวลา 2 เดือน ก่อนชงกรอ.-ครม.
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ดูการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายคนเข้าเมืองและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ว่า เป็นเรื่องการส่งตัวกลับของคนที่กระทำผิดกฎหมาย เพราะปัจจุบันมีปัญหาว่าพอจับกุมแล้วกลายเป็นผู้ต้องกัก พอดำเนินคดีแล้วส่งตัวกลับไม่ได้ซักทีจนกลายเป็นปัญหาในเรื่องสิทธิมนุษยชน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ต้องกักซึ่งมีจำนวนมาก เพราะประเทศเราเข้าง่าย นายกรัฐมนตรีจึงมีดำริในเรื่องนี้ และในสหภาพยุโรปมีการเปลี่ยนกฎหมายเช่นเดียวกัน โดยให้มีการรีบส่งตัวกลับ ดังนั้นเราจึงเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสากล ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง มาตรา 54 และ 55 เพราะกฎหมายปัจจุบันระบุว่า คนที่จะส่งกลับต้องออกเงินเอง ซึ่งชีวิตจริงเขาไม่มีเงิน จึงต้องมีการแก้กฎหมายว่าหากต้องใช้งบประมาณในการส่งตัวกลับเพื่อให้ผลักดันได้อย่างรวดเร็ว และจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ต้องกักถูกลง
นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า ตนจะหารือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทยในสัปดาห์หน้า และจะเสนอกฎหมายเพื่อแก้ไขให้เร็วที่สุด
เมื่อถามว่า ต้องใช้งบประมาณเยอะหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า หากส่งกลับเลยจะถูกกว่าดูแลแล้วส่งกลับ เพราะหากดูแลต้องเสียงบประมาณอีกหลายปี ดังนั้นเมื่อคิดในทางเศรษฐศาสตร์แล้วมันคุ้มกว่า
เมื่อถามย้ำว่า คาดการณ์ว่าต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่นั้น นายปกรณ์กล่าว ต้องคุยก่อนว่ามีผู้ต้องกักจำนวนเท่าไหร่ แต่คิดว่าการส่งกลับจะหนักในปีแรก แต่หลังจากนั้นคงไม่เยอะเท่าไหร่ เพราะการเข้าเมืองของเราจะยากขึ้น
นายปกรณ์ ยัง กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ในวันจันทร์ ที่ 22 มิ.ย.และได้รับมอบหมายรับผิดชอบด้านกฎหมายว่าได้รับคำสั่งมอบหมายเมื่อ 1-2 วันนี้ อาจจะต้องมีการเพิ่มเติมนิดหน่อย โดยเพิ่มสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นคณะกรรมการ กรอ. จะได้ครบทุกด้าน ซึ่งจากที่ได้รับการประสานงานมาเบื้องต้นให้ตนดูในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายว่า กฎหมายอะไรที่จะเป็นประโยชน์และเอื้อต่อการลงทุน โดยได้ประสานกับทางคณะกรรมการร่วมพรรคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ไว้แล้ว ที่มีสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทยว่า มีกฎหมายหรือกฎระเบียบอะไรบ้างที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาค้าขายในการประกอบธุรกิจและจะแก้ไขอย่างไร มีข้อเสนออย่างไร ตอนนี้ทราบว่าเขาทำข้อเสนอมาแล้วเบื้องต้น ซึ่งจะทำต่อ และจะใช้คณะทำงานชุดเดียวกัน เพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน และไปในทิศทางเดียวกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนมากหรือไม่ นายปกรณ์ กล่าวว่า กฎหมายที่ติดขัดจริงๆ ตัวพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่ติดขัดมีไม่มากเท่าไหร่ แต่จะมีในส่วนของกฎหมายลำดับรองคือกฎกระทรวงต่างๆ ที่มี 7,600 กว่าฉบับ ซึ่งกฎกระทรวงแต่ละฉบับจะมีหลักเกณฑ์ ขั้นตอน วิธีการ ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายต่างๆ มากมาย เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราจะเน้นทำ สิ่งแรกคือ จะทำเรื่องกฎหมายลำดับรองก่อนเป็นควิกวิน ตนได้คุยกับ กกร.ในเบื้องต้น และได้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมกันแล้ว ให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เป็นฝ่ายเลขานุการ โดยจะนำประเด็นที่เขาส่งมาทั้งหมด ไปวิเคราะห์กันว่า
อันไหนเป็นเรื่องเร่งด่วน และอันไหนที่ต้องแก้ไขก่อนเป็นอันดับแรก น่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน จะได้แนวทางที่จะเสนอ กรอ.หรือเสนอ ครม.ต่อไป ซึ่งการทำกฎหมายไม่จำเป็นต้องระมัดระวังอะไร เราต้องตั้งใจทำ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews