“เอกนิติ” มอง US-อิหร่าน จ่อหยุดยิง สัญญาณดี-ชวนร้านค้าร่วม แพลตฟอร์มออนไลน์

การเมือง ข่าว
“เอกนิติ” มอง US-อิหร่าน จ่อหยุดยิง สัญญาณดี เชื่อ จีดีพีเศรษฐกิจโลก-ไทยฟื้น ยัน ไม่ประมาท ชี้ เปลี่ยนผ่านพลังงานยังจำเป็น ลุยใช้งบ 2 แสนล้าน เตรียมรับมือหากวิกฤตผันผวนในอนาคต- ชวนร้านค้าร่วม แพลตฟอร์มออนไลน์ ดึง AI นกกระซิบ ช่วยวิเคราะห์ต้นทุน-บัญขี เชื่อเพิ่มยอดขาย-ลดต้นทุนยั่งยืน เผย”คนละครึ่ง พลัส” ครั้งก่อนที่เข้าร่วม ยอดขายเพิ่ม 600 %

 

 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน บรรลุข้อตกลงหยุดยิง และจะลงนามในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ ว่า หากสงครามยุติก็เป็นสัญญาณที่ดี ทั้งเศรษฐกิจโลกและประเทศไทย อย่างน้อยเมื่อสงครามสงบก็จะเข้าสู่โหมดการฟื้นฟู เชื่อว่าราคาพลังงานจะลดลง และจะไม่กลับไปเท่าเดิม เป็นการลดความเสี่ยงวิกฤตเศรษฐกิจโลก เพราะวิกฤตเริ่มจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นก่อนช่วงสงครามเยอะมาก เพราะฉะนั้น ช่วงนี้คงลดลงมาหน่อย แต่สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือวิกฤตต้นทุน ที่ส่งผลต่อราคาสินค้า ซึ่งโครงการไทยช่วยไทยพลัส มีจุดประสงค์เพื่อการลดต้นทุน โดยเฉพาะกลุ่มร้านค้าต่างๆ ซึ่งผู้ประกอบการสะท้อนว่า ทำให้ยอดขายดีขึ้น

“วิกฤตทรัมป์ ถ้ามันจบลง ผมเชื่อว่าเศรษฐกิจโลกดีขึ้น จีดีพีโลกน่าจะดีขึ้น น่าจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นกว่าที่คาดการณ์” นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า ส่วนสิ่งที่ต้องคาดการณ์หลังจากนี้ คือผลกระทบจากรายย่อย โดยเฉพาะราคาที่เงินเฟ้อสูงขึ้น ซึ่งเราต้องติดตามและช่วยลดผลกระทบดังกล่าว ดังนั้นหวังว่าโครงการไทยช่วยไทยพลัสในช่วง 3-4 เดือนนี้ จะช่วยลดต้นทุนและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างยั่งยืน

เมื่อถามว่า จะต้องประเมินจีดีพีของไทยใหม่หรือไม่ หลังสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านดีขึ้น นายเอกนิติ กล่าวว่า ต้องมารีวิวกันใหม่ แต่ก็ไม่อยากให้ดีใจหรือตกใจในบางเหตุการณ์ เพราะโลกมีความผันผวนตลอดเวลา วันนี้สงบ แต่วันหนึ่งอาจจะกลับมาอีกก็ได้ ต้องระมัดระวังและเตรียมพร้อมเสมอ แต่ยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมช่วยรายย่อย

เมื่อถามว่า การใช้งบประมาณเปลี่ยนผ่านพลังงาน วงเงิน 2 แสนล้านบาทจาก พ.ร.ก.กู้เงิน ยังจำเป็นอยู่หรือไม่ หากราคาน้ำมันลดลง นายเอกนิติ กล่าวว่า วิกฤตพลังงานที่ผ่านมากระทบทั้งโลก ต่อให้สงครามจบ แต่แหล่งน้ำมันถูกทำลายไปเยอะ ดังนั้น การที่สถานการณ์มันจะกลับมาเป็นเหมือนช่วงก่อนสงครามนั้น เป็นไปได้ยาก เราต้องอยู่ในโลกของนํ้ามันแพงอย่างน้อย 1-2 ปี

หากเราไม่ปรับตัวตั้งแต่ตอนนี้ และเมื่อสงครามกลับมากระทบกับราคาพลังงานอีกครั้ง เราจะแบกรับสถานการณ์ไม่ไหว เราต้องช่วยคนให้เปลี่ยนผ่านพลังงาน ด้วยการติดแผงโซลาร์มากขึ้น

เมื่อถามย้ำว่า มาตรการเปลี่ยนผ่านพลังงานจะยังเดินหน้าใช่หรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ยังเดินหน้าต่อ เพราะทุกคนมองว่าประเทศไทยพึ่งพาน้ำมัน และนำเข้าน้ำมันกับก๊าซธรรมชาติสูงมาก วันที่น้ำมันแพง เราจะทำอย่างไร ดังนั้นการเปลี่ยนผ่านยังจำเป็น

เมื่อถามว่า มีการเสนอโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ที่ใช้งบ 2 แสนล้านที่เหลือแล้วหรือยัง นายเอกนิติ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงต่างๆ ได้พูดคุยกับปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะ ประธานคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการแล้ว ซึ่งเตรียมเสนอโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ยืนยันว่าเราต้องการช่วยทั้งคนและการเปลี่ยนผ่าน

เมื่อถามว่า การประชุม ครม.ในวันพรุ่งนี้ (16 มิ.ย.) จะมีการทบทวนหลักเกณฑ์ภาษี สำหรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังขอรอดูตัวเลข แต่พรุ่งนี้จะยังไม่มีการเสนอ

 

ทั้งนี้ นายเอกนิติ   เปิดเผยถึงโครงการไทยช่วยไทย พลัส ว่า วันนี้เปิดให้ร้านค้าเข้าร่วมขายของบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ โดยมีธนาคารกรุงไทย นำ AI นกกระซิบ มาเปิดตัวในวันนี้ด้วย เพื่อเป็นผู้ช่วยให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการสามารถขยายยอดขาย วิเคราะห์ยอดขาย ลดต้นทุน และวิเคราะห์ต้นทุน เพราะตอนนี้เราต้องการช่วยร้านค้ารายย่อยที่ต้นทุนแพงขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีแพลตฟอร์มร้านค้าที่มาร่วมเปิดตัว เช่น Grab Food / LINE MAN /Robinhood และ /Shopee จะมาช่วยส่งเสริมร้านค้าต่าง ๆ ที่เข้าร่วมโครงการ สามารถขยายยอดขายได้มากขึ้น และปลดล็อกข้อจำกัดต่าง ๆ ที่ร้านค้าจะขายได้เฉพาะพื้นที่ตนเองขายอยู่เท่านั้น ซึ่งร้านค้าที่มาร่วมโครงการ จะได้เพิ่มยอดขายมากขึ้น

นายเอกนิติ ระบุว่า ทั้ง 4 แพลตฟอร์มนี้พิสูจน์แล้วว่าในช่วงโครงการคนละครึ่ง พลัส ใครที่เข้ามาช่วยขายบนแพลตฟอร์ม ยอดขายเพิ่มขึ้น 500-600 % และหลังจากโครงการคนละครึ่ง พลัส ก็พิสูจน์แล้วว่ายอดขายยังคงเพิ่มขึ้น 100 – 200 % ดังนั้นต้องการให้รายเล็กและรายย่อยเรียนรู้เรื่องดิจิทัล การขายของออนไลน์ โครงการ Up skill – Re skill ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าใครเข้าร่วมโครงการสามารถเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น โดยวันนี้เราต้องการต่อยอด นำ AI เข้ามาช่วย ซึ่งร้านค้าไม่ต้องจ้างคนมาทำบัญชีหรือวิเคราะห์ เพราะ AI นกกระซิบ จะช่วยวิเคราะห์ต้นทุนที่ซื้อมาว่าราคาแพงมากกว่าคู่แข่งหรือไม่

ทั้งนี้ นายเอกนิติ จึงขอเชิญชวนร้านค้ามาร่วมเข้าโครงการ โดยไม่ต้องกังวล เพราะจะมีแพลตฟอร์มที่เข้ามาช่วยให้คำแนะนำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้และลดต้นทุนอย่างยั่งยืน

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

ปิดโหมดสีเทา