“ชัชชาติ” ชูนโยบายสูงวัยครบวงจร “ไม่เหงา ไม่ป่วย มีงานทำ”

ทั่วไป ข่าว
“ชัชชาติ” ชูนโยบายสูงวัยครบวงจร “ไม่เหงา ไม่ป่วย มีงานทำ” ขยายโรงเรียนผู้สูงอายุ 50 เขต-สร้าง 10,000 งานผ่าน Marketplace ย้ำพร้อมรับตรวจสอบ ป.ป.ช. มั่นใจทำงานถูกระเบียบ

 

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 พร้อมทีม “กรุงเทพฯ ทำงาน” ลงพื้นที่โรงเรียนผู้สูงอายุยานนาวา ณ วัดทองบน เขตยานนาวา เพื่อพบปะผู้สูงอายุและนำเสนอนโยบายการดูแลผู้สูงอายุของกรุงเทพมหานคร โดยย้ำเป้าหมายสำคัญคือการทำให้ผู้สูงอายุ “ไม่เหงา ไม่ป่วย และมีงานทำ”

นายชัชชาติ กล่าวว่า กรุงเทพมหานครกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีผู้สูงอายุประมาณ 1.3 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 21.6 ของประชากรทั้งหมด สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ จึงจำเป็นต้องมีระบบดูแลที่ครอบคลุมทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ และโอกาสทางเศรษฐกิจ ส่วนด้านสุขภาพ กรุงเทพมหานครมีแผนพัฒนาโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียนให้เป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครบวงจร หรือ Aging Institute & Integrated Palliative Care Center เพื่อรองรับการดูแลผู้สูงอายุในทุกมิติ ตั้งแต่การตรวจประเมินสุขภาพ การฟื้นฟูร่างกาย การดูแลระยะยาว ไปจนถึงการดูแลแบบประคับประคองในระยะท้ายของชีวิต นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายคลินิกผู้สูงอายุให้ครบทั้ง 14 โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร พร้อมเพิ่มบริการเฉพาะทางด้านภาวะสมองเสื่อม สุขภาพจิต การฟื้นฟูผู้ป่วย และระบบส่งต่อการรักษาใกล้บ้าน

สำหรับผู้สูงอายุที่ติดเตียงหรือมีภาวะกลั้นปัสสาวะและอุจจาระไม่ได้ กรุงเทพมหานครจะเดินหน้าแจกผ้าอ้อมผู้ใหญ่ฟรีผ่านงบประมาณของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งปัจจุบันดำเนินการอยู่แล้วเฉลี่ยเดือนละกว่า 20,000 ชิ้น และสามารถแจ้งความประสงค์ผ่านระบบ Traffy Fondue ได้ ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานครยังมีแผนพัฒนาผู้ดูแลผู้สูงอายุ หรือ Caretaker ให้ได้ 5,000 คนทั่วกรุงเทพฯ พร้อมขยายระบบเยี่ยมบ้าน โดยส่งแพทย์และพยาบาลเข้าไปดูแลผู้สูงอายุถึงที่พักอาศัย เพื่อลดภาระของโรงพยาบาล และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลต่อเนื่อง

นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงการปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุ ผ่านบริการออกแบบบ้านและแนวทาง Universal Design เช่น การติดตั้งราวจับ ทางลาด ห้องน้ำปลอดภัย

 

และระบบแสงสว่างที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการหกล้มและอุบัติเหตุภายในบ้าน ทั้งนี้ ในด้านสุขภาพใจและการเข้าสังคม นายชัชชาติ ระบุอีกว่า กรุงเทพมหานครจะขยายโรงเรียนผู้สูงอายุจากปัจจุบัน 14 แห่ง ให้ครบทั้ง 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ พร้อมพัฒนาศูนย์นันทนาการ 34 แห่งให้เป็นศูนย์พัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ โดยเพิ่มหลักสูตรด้านเทคโนโลยีดิจิทัล การวางแผนการเงิน และการป้องกันภัยออนไลน์ เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลได้อย่างมั่นใจ พร้อมตั้งเป้าขยายชมรมผู้สูงอายุจากสมาชิกปัจจุบันประมาณ 50,000 คน เป็น 100,000 คนภายใน 4 ปี พร้อมส่งเสริมกิจกรรมด้านสุขภาพและนันทนาการในชุมชนอย่างต่อเนื่อง

 

ขณะด้านเศรษฐกิจ นายชัชชาติ เปิดตัวแนวคิด “เกษียณ Marketplace” หรือแพลตฟอร์มจับคู่งานสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อเชื่อมโยงทักษะและประสบการณ์ของผู้สูงอายุเข้ากับความต้องการของประชาชนและภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นงานช่าง งานดูแลเด็ก งานฝีมือ งานซ่อมแซม หรืออาชีพพาร์ทไทม์ต่าง ๆ โดยปัจจุบัน กรุงเทพมหานครมีการจ้างงานผู้สูงอายุแล้วกว่า 1,200 คน และตั้งเป้าขยายเป็น 10,000 อัตรา ผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชนและชุมชนในพื้นที่ โดยเชื่อว่าจะช่วยสร้างรายได้และเพิ่มคุณค่าให้กับผู้สูงอายุได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะ กทม. เอง เราไม่มีงบประมาณไปแจกเป็นเบี้ยผู้สูงอายุเพิ่มเติม แต่เราจะให้ความรู้ ให้สถานที่ ให้โอกาส ให้กิจกรรม และสร้างรายได้ เพื่อให้ผู้สูงอายุสบายกาย สบายใจ และมีเงินใช้”

ภายหลังการลงพื้นที่ นายชัชชาติ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกรุงเทพมหานครจำนวน 17 ราย โดยระบุว่า การยื่นเรื่องตรวจสอบเป็นสิทธิของทุกฝ่าย และควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันว่า การดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นไปตามระเบียบทุกประการ และพร้อมให้ข้อมูลหากหน่วยงานตรวจสอบร้องขอ พร้อมระบุว่า ขณะนี้มุ่งเน้นการนำเสนอนโยบายและแนวทางพัฒนากรุงเทพมหานครมากกว่าการตอบโต้ประเด็นทางการเมือง ส่วนใครจะยื่นเรื่องอะไรก็เป็นสิทธิ์ เรามั่นใจว่าเราทำทุกอย่างถูกระเบียบ ไม่มีปัญหาอะไร และพร้อมรับการตรวจสอบ

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

ปิดโหมดสีเทา