“พริษฐ์” รับหลักฐานผู้ตรวจการเลือกตั้ง จี้ กกต.ส่งคดีฮั้ว สว.ถึงศาล ชี้ 4 ข้อพิรุธหากมีมติเป่าคดี
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน รับหนังสือร้องเรียนจาก พ.ต.อ.มนัส นครศรี และกลุ่มผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) บางส่วน เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อพิรุธในกระบวนการเลือก สว. ปี 2567 รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมตั้ง 4 คำถามสำคัญ หาก กกต.มีมติยกคำร้องคดีฮั้ว สว. จนไม่ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา
พ.ต.อ.มนัส เปิดเผยว่า ในวันเลือก สว.ระดับประเทศ ได้รับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการจัดทำโพยฮั้วและการรวมกลุ่มลงคะแนน จึงรายงานข้อมูลต่อ กกต.และ แสวง บุญมี ซึ่งขณะนั้นทำหน้าที่ผู้อำนวยการการเลือกระดับประเทศ แต่กลับได้รับคำตอบว่า “ปล่อยเขาไปเถอะ เขาเตรียมวางแผนกันมาดีแล้ว” โดยมองว่าการไม่ดำเนินการดังกล่าวเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ขบวนการฮั้ว สว.สามารถดำเนินการได้สำเร็จ นอกจากนี้ ยังอ้างว่ามีหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดที่ปรากฏเจ้าหน้าที่ กกต.เข้าไปเก็บโพยจากผู้สมัคร ซึ่งได้แจ้งต่อเลขาธิการ กกต.ตั้งแต่ต้น แต่ภายหลัง กกต.กลับออกข่าวประชาสัมพันธ์ปฏิเสธเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าหลักฐานต่าง ๆ อยู่ที่ใดในปัจจุบัน

ทั้งนี้ หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับคดีดังกล่าวไว้ดำเนินการ มีการสรุปสำนวนพบผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้ว สว.จำนวน 229 ราย ซึ่งรวมถึง สว.ที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน แม้คณะกรรมการไต่สวนจะเห็นว่ามีมูลความผิด แต่ กกต.กลับตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 ขึ้นมาพิจารณาเพิ่มเติม จนถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการช่วยเหลือผู้ที่ถูกร้องเรียน
ด้านนายพริษฐ์ กล่าวว่า พรรคฝ่ายค้านจะติดตามตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยชี้ว่าคดีฮั้ว สว.กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ หลังคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 มีความเห็นว่ามีบุคคล 229 รายเข้าข่ายกระทำผิด และควรส่งเรื่องให้ศาลพิจารณา ซึ่งในจำนวนนี้มี สว.ปัจจุบันกว่า 130 คน และบุคคลในเครือข่ายอีกกว่า 90 คน และหาก กกต. มีมติยกคำร้องหรือ “เป่าคดี” จนเรื่องไม่ถึงศาล จะต้องตอบคำถามต่อสังคม 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การใช้มาตรฐานแตกต่างจากคดีเลือกตั้งอื่นหรือไม่, การตั้งคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 มีเป้าหมายเพื่อฟอกขาวคดีหรือไม่,
การตัดสินใจของ กกต.มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับ สว.ที่เคยลงมติรับรอง กกต.บางรายหรือไม่ และการไม่ดำเนินการดังกล่าวเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

ประธานวิปฝ่ายค้าน ยังตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของ กกต.ที่เลื่อนการเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการกิจการศาลและองค์กรอิสระของสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วหลายครั้ง จนถูกตั้งคำถามว่าพยายามหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากฝ่ายนิติบัญญัติหรือไม่ พร้อมย้ำว่า หาก กกต.ต้องการคลี่คลายข้อครหาและสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณะ ควรมีมติเห็นชอบตามความเห็นของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 และส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล เพื่อให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews