ประธาน กกต.ยันคดีฮั้ว สว.ไม่รวบรัด นัดพิจารณา 12 จันทร์ ลงมติครั้งเดียว ชี้ เอกสารมหาศาล ต้องดูละเอียดทุกจังหวัด พร้อมเผยขั้นตอนประเมินผลงาน “แสวง” อยู่ระหว่างรอความเห็นกฤษฎีกาตีความ เป็นอำนาจ กกต. ชุดไหน ย้ำ “เลขาฯ กกต.” ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา สามารถชี้แจงได้
นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ว่า กกต.ได้เริ่มพิจารณาคดีดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา และกำหนดประชุมพิจารณาต่อเนื่องทุกวันจันทร์ โดยใช้รูปแบบ “จันทร์เว้นจันทร์” รวมทั้งสิ้น 12 ครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้กรรมการ กกต. ได้ศึกษาข้อมูลและเอกสารจำนวนมากอย่างรอบคอบ

ทั้งนี้ สาเหตุที่ไม่สามารถประชุมพิจารณาได้ทุกวัน เนื่องจากคดีมีเอกสารและข้อเท็จจริงจำนวนมาก กรรมการทุกคนต้องศึกษาสำนวนด้วยตนเองอย่างละเอียด โดยอาจแบ่งพิจารณาเป็นรายจังหวัด เพื่อให้การประชุมมีประสิทธิภาพมากที่สุด พร้อมยืนยันว่า พยายามดำเนินการให้แล้วเสร็จเร็วที่สุดภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด แต่หากเร่งรัดจนเกินไปอาจถูกตั้งข้อสังเกตว่าไม่ได้พิจารณาอย่างรอบด้าน
ประธาน กกต. เปิดเผยด้วยว่า การประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน สามารถพิจารณาได้เพียงจังหวัดสุราษฎร์ธานีจังหวัดเดียว จากเดิมที่วางแผนไว้หลายจังหวัด เนื่องจากมีการซักถามและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ทำให้ต้องใช้เวลามากกว่าที่คาดไว้ ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าคดีฮั้ว สว. อาจถูก “เป่าคดี” นายณรงค์ ยืนยันว่า กกต. รับรู้ถึงความคาดหวังของสังคม และตระหนักดีถึงภาพลักษณ์ที่ประชาชนมีต่อองค์กร

แต่ กกต.ชุดปัจจุบันยึดหลักการทำงานภายใต้กรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมขอให้ประชาชนมั่นใจว่าการพิจารณาเป็นไปด้วยความละเอียด รอบคอบ และโปร่งใส ทั้งนี้ คดีฮั้ว สว. จะมีการจัดทำคำวินิจฉัยฉบับเดียว โดยกรรมการทุกคนจะร่วมพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายครบถ้วน ก่อนลงมติพร้อมกันในคราวเดียว
สำหรับกรณีการประเมินผลการปฏิบัติงานของ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. นายณรงค์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอความเห็นจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หลังมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ในการประเมินว่าเป็นของ กกต.ชุดใด โดย กกต.ได้ส่งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้กฤษฎีกาตีความแล้ว
พร้อมยอมรับว่า กกต.เองก็ไม่ทราบว่าข้อมูลเกี่ยวกับการประเมินดังกล่าวรั่วไหลออกสู่สาธารณะได้อย่างไร พร้อมยืนยันว่า นายแสวง ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และสามารถชี้แจงข้อสงสัยต่าง ๆ ได้

หากผลการประเมินเลขาธิการ กกต. ไม่ผ่านเกณฑ์ จะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา หรือไม่ นายณรงค์ กล่าวว่า ยังไม่ควรด่วนสรุปไปไกลถึงขั้นนั้น เพราะทุกเรื่องมีบทบัญญัติทางกฎหมายรองรับอยู่แล้ว ส่วนข้อสังเกตที่ว่า นายแสวง อาจเป็น “หนังหน้าไฟ” รับแรงกดดันแทน กกต. ในช่วงการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา นายณรงค์ ปฏิเสธ พร้อมระบุว่า กกต.ทำงานในรูปแบบคณะกรรมการ ขณะที่เลขาธิการ กกต. มีบทบาทและหน้าที่ตามตำแหน่งของตนเอง ไม่ได้ถูกผลักภาระให้รับผิดชอบแทนองค์กร ขณะเดียวกัน ประธาน กกต. ยังยืนยันด้วยว่า แม้ผลการประเมินของเลขาธิการ กกต. จะออกมาอย่างไร ก็ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาคดีฮั้ว สว. และจะไม่ส่งผลให้เกิดการ “แช่แข็งคดี” อย่างแน่นอน
วันเดียวกันนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จัดงานครบรอบ 28 ปี การก่อตั้งสำนักงาน กกต. โดยช่วงเช้าได้ประกอบพิธีบวงสรวงพระพรหม ณ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ นำโดย นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. พร้อมด้วยกรรมการ กกต. ประกอบด้วย นายฐิติเชษฐ์ นุชนาฏ, นายจิรุตม์ วิศาลจิตร, นายณรงค์ รักร้อย, นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ และ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. รวมถึงผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ร่วมพิธี
ภายในงานยังเปิดให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และรัฐวิสาหกิจ ร่วมแสดงความยินดีและบริจาคเงินสมทบมูลนิธิศรีสวางควัฒนฯ ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี
ขณะที่ในช่วงบ่าย นายแสวง บุญมี มีกำหนดแถลงสรุปผลการดำเนินงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งและสำนักงาน กกต. เนื่องในโอกาสครบรอบ 28 ปี ภายใต้แนวคิด “สุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม”
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews