ประเด็นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังคงถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องในไทย แต่นอกจากในไทยแล้วหลายประเทศในเอเชียและอาเซียนต่างมีมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเช่นกันแต่รูปแบบและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาสิทธิอาจแตกต่างกันออกไป
กระแสวิพากษ์วิจารณ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า “บัตรคนจน”ยังคงเป็นประเด็นร้อนในสังคมไทย หลังเปิดลงทะเบียนเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมาท่ามกลางข้อถกเถียงเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การคัดกรองผู้มีสิทธิ์โดยเฉพาะกรณีการนำชื่อบิดามารดาไปใช้ลดหย่อนภาษีซึ่งถูกมองว่า อาจส่งผลกระทบต่อผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย
ก่อนหน้านี้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ หลังมีความกังวลว่า ผู้สูงอายุที่ถูกบุตรนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอาจถูกตัดสิทธิ์จากโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงมีการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังและกำหนดให้ผู้ได้รับผลกระทบต้องดำเนินการยื่นอุทธรณ์ด้วยตนเองทำให้หลายฝ่ายมองว่ามาตรการดังกล่าวอาจเข้มงวดเกินไป ขาดความยืดหยุ่น
และไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของสังคมไทย
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการตัดสิทธิ์ผู้ใดออกจากโครงการ พร้อมระบุว่า ประเด็นการใช้ข้อมูลลดหย่อนภาษีจะถูกนำกลับมาพิจารณาทบทวนอีกครั้ง ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทบทวนหลักเกณฑ์ของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรมกับประชาชนมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ หากมองไปยังหลายประเทศในเอเชียและอาเซียน จะพบว่าการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยไม่ใช่เรื่องใหม่
โดยแต่ละประเทศต่างมีมาตรการดูแลประชาชนฐานรากในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป
ตัวอย่างเช่น เกาหลีใต้มีระบบสวัสดิการสำหรับผู้มีรายได้น้อยที่ครอบคลุมทั้งเงินช่วยเหลือค่าครองชีพ
ค่าที่อยู่อาศัย ค่ารักษาพยาบาล และค่าเล่าเรียน โดยพิจารณาจากรายได้และทรัพย์สินของครัวเรือนเป็นหลัก
ขณะที่ญี่ปุ่นมีระบบช่วยเหลือผู้ขาดแคลนรายได้ ซึ่งรัฐจะเข้ามาดูแลค่าใช้จ่ายพื้นฐานในการดำรงชีวิต
อาทิ ค่าอาหาร ค่าที่พัก และค่ารักษาพยาบาล สำหรับผู้ที่ไม่สามารถดูแลตนเองได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด
ด้านจีนใช้ระบบรับประกันรายได้ขั้นต่ำ โดยหากรายได้ของครัวเรือนต่ำกว่าเกณฑ์ที่รัฐบาลท้องถิ่นกำหนด
รัฐจะจ่ายเงินช่วยเหลือเพื่อให้รายได้ถึงระดับขั้นต่ำที่กำหนดไว้
ส่วนในอาเซียน สิงคโปร์มีโครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านเงินสนับสนุน ค่าที่อยู่อาศัยและการพัฒนาทักษะอาชีพเพื่อให้สามารถกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ขณะที่มาเลเซียและอินโดนีเซียใช้รูปแบบการโอนเงินช่วยเหลือโดยตรงให้กับครัวเรือนรายได้น้อยรวมถึงมีมาตรการดูแลด้านการศึกษาและสาธารณสุขควบคู่กันไป
สุดท้ายนี้ แม้รูปแบบการช่วยเหลือจะแตกต่างกันในแต่ละประเทศแต่เป้าหมายสำคัญเหมือนกัน คือการลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนที่มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่หลายรัฐบาลในภูมิภาคบริหารงบประมาณของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews