“ปกรณ์วุฒิ-พริษฐ์” เปิด 4 ข้อกล่าวหา ป.ป.ช. ปมยกคำร้องคดี “ศักดิ์สยาม”

การเมือง ข่าว

 

“ปกรณ์วุฒิ-พริษฐ์” เปิด 4 ข้อกล่าวหา ป.ป.ช. ปมยกคำร้องคดี “ศักดิ์สยาม” จี้ ประธานรัฐสภาส่งศาลฎีกาตั้งคณะไต่สวนอิสระ

 

 

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมกันแถลงเปิดรายละเอียดคำร้องที่พรรคร่วมฝ่ายค้านและสมาชิกวุฒิสภาบางส่วนได้ยื่นต่อประธานรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 กล่าวหาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณียุติการตรวจสอบและยกคำร้องคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า คดีดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากข้อกล่าวหาเรื่องการซุกหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญฯ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับครอบครัวชิดชอบมาอย่างยาวนาน โดยมีข้อพิรุธเกี่ยวกับการโอนหุ้นให้บุคคลใกล้ชิด รวมถึงเส้นทางการเงินและพฤติการณ์ต่างๆ ที่อาจเข้าข่ายนิติกรรมอำพราง
นอกจากนี้ ยังพบความเชื่อมโยงกับบริษัทศิลาชัยฯ ซึ่งมีการกู้ยืมเงินจำนวนมากระหว่างบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการบริจาคเงินให้พรรคการเมือง และการทำธุรกรรมทางการเงินที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีความผิดปกติ ทั้งยังพบว่า หลังการโอนหุ้น หจก.บุรีเจริญฯ ยังคงได้รับงานจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมต่อเนื่องเป็นมูลค่าหลายพันล้านบาท

นายปกรณ์วุฒิ ระบุว่า แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยให้นายศักดิ์สยามพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี จากกรณีการถือครองหุ้นดังกล่าว แต่ ป.ป.ช. กลับมีมติยุติการตรวจสอบและยกคำร้องในหลายฐานความผิด ทำให้เกิดข้อสงสัยต่อกระบวนการพิจารณา

 

 

ด้านนายพริษฐ์ กล่าวว่า คณะทำงานกฎหมายของพรรคประชาชนได้สรุปข้อกล่าวหาต่อ ป.ป.ช. ไว้ 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

1.ดำเนินการตรวจสอบด้วยกระบวนการที่บกพร่อง โดยไม่ดำเนินการตรวจสอบเชิงลึกในประเด็นการซุกหุ้นและการถือครองทรัพย์สินแทนกัน แม้จะมีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เพียงพอ

2.ใช้ดุลยพินิจวินิจฉัยผิดพลาดอย่างชัดแจ้ง โดยไม่ยึดข้อเท็จจริงชุดเดียวกับที่ศาลรัฐธรรมนูญใช้ประกอบคำวินิจฉัย และตีความกฎหมายเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนแตกต่างจากแนวปฏิบัติที่ ป.ป.ช. เคยกำหนดไว้เอง

3.มีพฤติการณ์ปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบ โดยไม่มีการแจ้งผลต่อผู้ร้องอย่างเป็นทางการ และเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะล่าช้า แม้จะมีมติยุติการตรวจสอบไปแล้วหลายเดือน

4.ละเว้นการตรวจสอบข้อกล่าวหาบางประเด็น โดยเฉพาะความผิดฐานขัดกันแห่งผลประโยชน์ตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. มาตรา 126 ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่อยู่ในคำร้องเดิม

 

 

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้เป็นหน้าที่ของประธานรัฐสภาในการพิจารณาว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวมี “เหตุอันควรสงสัย” หรือไม่ เพื่อส่งเรื่องต่อไปยังประธานศาลฎีกาให้แต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช.

ทั้งนี้ พรรคประชาชนเรียกร้องให้ประธานรัฐสภากำหนดกรอบเวลาการพิจารณาอย่างชัดเจน และไม่ควรปล่อยให้เรื่องดังกล่าวล่าช้า โดยเห็นว่าควรมีข้อยุติภายในสมัยประชุมรัฐสภาปัจจุบัน เพื่อให้สังคมได้รับคำตอบต่อข้อสงสัยเกี่ยวกับมาตรฐานการตรวจสอบขององค์กรอิสระ และสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐต่อไป

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่