“สีหศักดิ์” แจงทูตกว่า 70 ชาติ ยันไทยไม่ได้ถูกกัมพูชาลากเข้า UNCLOS ชี้ต้องเคลียร์เขตแดนก่อนคุยพัฒนาร่วม ซัดกัมพูชาปิดประตูฟื้นความสัมพันธ์
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงภายหลังหารือกับคณะทูต 67 ประเทศ และผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ 4 แห่ง เพื่อชี้แจงกรณีที่กัมพูชายื่นเรื่องเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไทยได้ชี้แจงต่อประชาคมระหว่างประเทศถึงเหตุผลที่ไม่เห็นด้วยกับการที่กัมพูชาเข้าสู่กระบวนการดังกล่าว โดยเฉพาะการอ้างว่าการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2544 ทำให้ไม่มีช่องทางเจรจาทวิภาคีระหว่างสองประเทศ ทั้งที่ไทยได้อธิบายมาโดยตลอดว่าการยกเลิก MOU ดังกล่าวเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเปิดการเจรจาในบริบทใหม่ หลังจากตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมาไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม

โดยก่อนนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ ทั้งสองประเทศควรเปิดการเจรจาเรื่องเขตแดนทางทะเลและไหล่ทวีปในรูปแบบทวิภาคีก่อน หากไม่สามารถหาข้อยุติได้ จึงค่อยพิจารณากลไกอื่นภายใต้ UNCLOS แต่กัมพูชากลับเลือกเดินหน้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับทันที โดยอ้างว่าไม่มีช่องทางเจรจา ซึ่งไทยไม่เห็นด้วยกับเหตุผลดังกล่าว

นายสีหศักดิ์ ยังตั้งข้อสังเกตต่อข้อเสนอของกัมพูชาที่ต้องการให้มีมาตรการชั่วคราวในการพัฒนาพื้นที่และทรัพยากรทางทะเลร่วมกัน หากยังไม่สามารถตกลงเรื่องเขตแดนทางทะเลได้ โดยไทยเห็นว่ากระบวนการประนอมภาคบังคับควรจำกัดอยู่เฉพาะการกำหนดเขตแดนทางทะเลและไหล่ทวีปเท่านั้น ส่วนการพัฒนาพื้นที่ร่วมไม่อยู่ในขอบเขตของกระบวนการดังกล่าว และต้องเป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายหารือกันแยกต่างหาก
นายสีหศักดิ์ กล่าวด้วยว่า สิ่งที่น่ากังวลคือการดำเนินการของกัมพูชาไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ที่ผู้นำทั้งสองประเทศเคยหารือกันไว้ที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งมีเป้าหมายฟื้นฟูความสัมพันธ์ สร้างความไว้วางใจ และแก้ไขปัญหาชายแดนผ่านการเจรจาในทุกมิติ ทั้งเขตแดนทางบก ทางทะเล และปัญหาชายแดนอื่น ๆ

เพราะการเลือกใช้แนวทางนี้ของกัมพูชา เท่ากับปิดประตูการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและการฟื้นฟูความสัมพันธ์ ทำให้ไทยจำเป็นต้องกลับมาทบทวนแนวทางความร่วมมือและการจัดการปัญหาชายแดนใหม่ทั้งหมด
สำหรับขั้นตอนต่อไป ไทยจะส่งคำชี้แจงอย่างเป็นทางการว่าไม่เห็นด้วยกับเหตุผลที่กัมพูชาใช้ในการเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ พร้อมเสนอรายชื่อผู้ประนีประนอมฝ่ายไทยภายใน 21 วัน โดยจะเป็นนักกฎหมายระหว่างประเทศที่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายทะเลและมีประสบการณ์ด้านคดีระหว่างประเทศ ซึ่งได้รับการทาบทามและตอบรับแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้จนกว่าจะผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
ในช่วงท้าย นายสีหศักดิ์ ย้ำว่า ประเทศไทยไม่ได้ถูกกัมพูชา “ลาก” เข้าสู่กระบวนการ UNCLOS ตามที่บางสื่อรายงาน เพราะไทยเข้าร่วมกระบวนการดังกล่าวในฐานะภาคีอนุสัญญา แต่ไม่ได้ยอมรับเงื่อนไขหรือเหตุผลทั้งหมดของฝ่ายกัมพูชาซึ่งเราไม่ได้ถูกลากเข้าไป เราเข้าสู่กระบวนการนี้ด้วยความเข้าใจและความมั่นใจในจุดยืนของเรา และไม่ได้ดำเนินการตามเงื่อนไขของฝ่ายกัมพูชา
นายสีหศักดิ์ ยังระบุว่า แม้ไทยจะไม่เข้าร่วม กระบวนการดังกล่าวก็ยังสามารถเดินหน้าต่อได้ตามกลไกของ UNCLOS และจะมีการแต่งตั้งผู้ประนีประนอมแทนฝ่ายไทยอยู่ดี อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ของกระบวนการประนอมภาคบังคับไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และท้ายที่สุดทั้งสองประเทศก็ยังต้องกลับมาเจรจากันโดยตรง พร้อมแสดงความเห็นว่า หากไทยและกัมพูชาเลือกใช้การเจรจาทวิภาคีตั้งแต่ต้น อาจสามารถหาข้อยุติได้ภายในเวลาประมาณ 2 ปี และรักษาความสัมพันธ์ในฐานะประเทศเพื่อนบ้านได้ดีกว่าการเลือกใช้กลไกระหว่างประเทศในลักษณะดังกล่าว
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN