“อนุชา”เปิดนโยบายชิงผู้ว่าฯ กทม. ชูแก้รถเมล์ เปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน

การเมือง ข่าว
“อนุชา”เปิดนโยบายชิงผู้ว่าฯ กทม. ชูแก้รถเมล์-ฟื้นเรือ EV-เปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน พร้อมฟันนอมินี ยอมรับต้องเร่งทำการบ้านสู้กระแส “ชัชชาติ”

 

นายอนุชา บูรพชัยศรี แคนดิเดตผู้สมัคร เปิดตัวแนวนโยบายหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนาม พรรคประชาธิปัตย์ ภายใต้แนวคิด “กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร and more”โดยประกาศเดินหน้าแก้ปัญหาการเดินทาง สิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจเมือง ควบคู่กับการเพิ่มความโปร่งใสในการบริหารกรุงเทพมหานคร

 

นายอนุชา ระบุว่า นโยบายทั้งหมดเกิดจากการรวบรวมปัญหาที่สะท้อนผ่านสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ของพรรค ซึ่งพบว่าแต่ละพื้นที่ในกรุงเทพฯ มีปัญหาแตกต่างกัน ทั้งพื้นที่ชั้นในและชั้นนอก จึงจำเป็นต้องออกแบบนโยบายให้ครอบคลุมมากที่สุด พร้อมส่งผู้สมัคร ส.ก. ครบทั้ง 50 เขต เพื่อผลักดันนโยบายเฉพาะพื้นที่เพิ่มเติมในอนาคต

 

สำหรับนโยบายหลัก แบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ “เดินทางสะดวก” “เมืองสะอาด” และ “ชีวิตสบาย” โดยในด้านการเดินทาง พรรคประชาธิปัตย์เสนอให้รัฐบาลโอนอำนาจกำกับเส้นทางเดินรถขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. มาอยู่ภายใต้การบริหารของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ผู้ว่าฯ กทม. สามารถจัดเส้นทางรถเมล์ให้เชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังเสนอใช้ระบบ AI วิเคราะห์สภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ เพื่อปรับเส้นทางเดินรถ ลดปัญหารถติด พร้อมแจ้งเวลาการมาถึงของรถโดยสารแก่ประชาชน รวมถึงผลักดันการเปลี่ยนรถโดยสารสาธารณะจากระบบสันดาปเป็นรถพลังงานไฟฟ้า เพื่อลดมลพิษและปัญหาฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ

 

อีกหนึ่งนโยบายสำคัญ คือ การฟื้นระบบขนส่งทางน้ำด้วยเรือ EV โดยอนุชาระบุว่า กรุงเทพฯ เคยได้รับฉายา “เวนิสตะวันออก” แต่ปัจจุบันโครงการขนส่งทางน้ำหลายส่วนหยุดชะงัก จึงเตรียมฟื้นเรือไฟฟ้าที่ถูกจอดทิ้งร้างกลับมาใช้งานอีกครั้ง เพื่อเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าและลดภาระการเดินทางบนท้องถนน

ด้านสิ่งแวดล้อม นายอนุชา ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์จะเข้มงวดกับไซต์งานก่อสร้างที่ก่อปัญหาฝุ่นและสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน พร้อมยอมรับว่าปัจจุบันกรุงเทพฯ มีโรงกำจัดขยะเพียง 3 แห่ง ได้แก่ หนองแขม อ่อนนุช และสายไหม ซึ่งไม่เพียงพอต่อปริมาณขยะของเมืองขนาดใหญ่ จึงเสนอสร้างศูนย์กำจัดขยะเพิ่ม เพื่อให้การจัดเก็บมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดระยะทางวิ่งของรถขยะ และลดผลกระทบด้านกลิ่นและภาพลักษณ์ของเมือง พร้อมกันนี้ ยังเสนอให้นำโมเดลกำจัดขยะจากต่างประเทศมาปรับใช้ รวมถึงเปลี่ยนขยะมูลฝอยให้เป็นพลังงานหรือเชื้อเพลิงทดแทน เพื่อลดการฝังกลบให้เหลือศูนย์ และสนับสนุนเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนของกรุงเทพมหานคร

ในด้านคุณภาพชีวิต นายอนุชา ย้ำว่า กรุงเทพฯ กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ จึงมีแผนใช้งบประมาณกรุงเทพมหานครสร้างบ้านพักผู้สูงอายุเพิ่มเติม หลังปัจจุบันมีผู้รอคิวจำนวนมาก พร้อมยกระดับบริการด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ รวมถึงเพิ่มบทบาทศูนย์สาธารณสุขของ กทม. ให้เชื่อมโยงกับคลินิกและโรงพยาบาลมากขึ้น พร้อมสนับสนุนแพทย์จากโรงพยาบาลในสังกัด กทม. ลงพื้นที่ช่วยเสริมบริการ

 

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดเปิดใช้พื้นที่ว่างของเอกชนและกรมธนารักษ์ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ มาพัฒนาเป็นสวนสาธารณะ สวนกีฬา Co-Working Space และ Art Space เพื่อเพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ให้คนเมือง รวมถึงผลักดันกรุงเทพฯ ให้เป็นศูนย์กลางด้าน AI และเศรษฐกิจสร้างสรรค์

 

ด้านเศรษฐกิจ นานอนุชา ยืนยันว่า กรุงเทพฯ ต้องเปิดรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ต้องมีมาตรฐานและความปลอดภัยควบคู่กัน พร้อมยกตัวอย่างปัญหาร้านกัญชาบนถนนสุขุมวิทที่มีการโฆษณาเชิงสันทนาการเกินขอบเขต ทั้งที่กัญชาควรถูกควบคุมเพื่อการแพทย์เท่านั้น

 

ขณะเดียวกัน ยังย้ำถึงการแก้ปัญหานอมินีต่างชาติสวมสิทธิคนไทย แม้จะไม่ใช่อำนาจโดยตรงของกรุงเทพมหานคร แต่เป็นเรื่องที่ประชาชนกังวล พรรคประชาธิปัตย์จึงพร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างจริงจัง หากพบความผิดจะดำเนินการต่อทันที

 

นายอนุชา ยังกล่าวถึงผลสำรวจความนิยมที่ยังตามหลัง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แชมป์เก่า ว่า พรรคประชาธิปัตย์เพิ่งเปิดตัวผู้สมัครได้ไม่นาน ประชาชนจำนวนมากอาจยังไม่รับรู้ว่า พรรคส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ และ ส.ก. ครบทั้ง 50 เขต จึงยอมรับว่าต้องเร่งทำงานหนักขึ้น ลงพื้นที่มากขึ้น และสื่อสารนโยบายให้เข้าถึงคนกรุงเทพฯ ภายในช่วงเวลาที่เหลือก่อนการเลือกตั้ง โดยเชื่อว่า คนกรุงเทพฯ จะพิจารณาผู้สมัครจากความมุ่งมั่นและนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชน มากกว่าดูเพียงตัวเลขจากโพลสำรวจความคิดเห็นเพียงอย่างเดียว

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่