รัฐบาลยกระดับคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง หลังราชกิจจาฯ ประกาศ “คองโก–ยูกันดา” เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย “อีโบลา” มีผล 21 พ.ค.
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola Virus Disease : EVD) พ.ศ. 2569 โดยกำหนดให้สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และสาธารณรัฐยูกันดา เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ เป็นไปตามการติดตามสถานการณ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ประกาศให้การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขที่นานาชาติกังวล (Public Health Emergency of International Concern : PHEIC) หลังพบการแพร่ระบาดที่มีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และมีความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านสาธารณสุขแก่ประชาชนโดยกระทรวงสาธารณสุข ผ่านกรมควบคุมโรค ได้เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองผู้เดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ณ ช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ โดยผู้เดินทางจากพื้นที่ระบาดจะต้องลงทะเบียน ข้อมูลล่วงหน้า ผ่านระบบ Thailand Digital Arrival Card (TDAC) สำหรับชาวต่างชาติ และระบบ Thai Health Pass ผ่านเว็บไซต์ https://thaihealthpass.com สำหรับคนไทย พร้อมดำเนินมาตรการ ตรวจคัดกรองอาการ วัดไข้ ซักประวัติ และติดตามเฝ้าระวังอาการต่อเนื่องเป็นเวลา 21 วัน
นอกจากนี้ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ยังได้บูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สายการบิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรการด้านสาธารณสุขในภาคการบินโดยกำหนดมาตรการสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่
การประชาสัมพันธ์และแจ้งข้อมูลด้านสาธารณสุขแก่ผู้โดยสารก่อนการเดินทาง การคัดกรองผู้โดยสารตั้งแต่ต้นทาง รวมถึงตรวจสอบการลงทะเบียนข้อมูลและประเมินอาการต้องสงสัยการสนับสนุนข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรค เพื่อใช้ติดตามและเฝ้าระวังโรคอย่างทันท่วงที
พร้อมกันนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุกรณีพบผู้โดยสารต้องสงสัย ทั้งกรณีตรวจพบบนอากาศยาน และกรณีผู้โดยสารแสดงอาการภายหลังเดินทางเข้าประเทศ เพื่อให้การบริหารจัดการสถานการณ์เป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
“รัฐบาลยืนยันความพร้อมของระบบสาธารณสุขไทยในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่ออันตราย โดยได้บูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐ และปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด โดยไม่ตื่นตระหนก” นางสาวลลิดา กล่าว
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews