ตำรวจขึ้นรถไฟ จำลองเหตุการณ์ กรณี “รถไฟชนรถเมล์” พิสูจน์ระยะมองเห็น-ความเร็ว นํามาเทียบเคียงคําให้การของคนขับรถไฟ -คนโบกธง
วันนี้ (20 พ.ค.69) พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก.น.1 พร้อมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน บก.น.1 ขึ้นรถไฟเพื่อจำลองสถานการณ์ กรณีรถไฟชนรถเมล์ โดย เจ้าหน้าที่ขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟหัวหมาก ภายในหัวลากอนุญาตให้เฉพาะเจ้าหน้าที่รถไฟและเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น และต่อพ่วงด้วยห้องโดยสาร 1 ตู้ เดินทางไปลงที่สถานีอโศก ใกล้จุดเกิดเหตุบริเวณถนนอโศก – ดินแดง ใกล้กับสถานีรถไฟแอร์พอร์ต เรล ลิ้งก์ มักกะสัน ระยะทาง 9.2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินรถกว่า 1 ชั่วโมง

สำหรับ การขึ้นจำลองเหตุการณ์ชุดสืบสวนได้กำหนดประเด็นตรวจสอบระยะการมองเห็นระบบอาณัติสัญญาณ เพื่อดูว่าคนขับรถไฟจะสามารถมองเห็นระบบอาณัติสัญญาณต่าง ๆ ทั้งธง ไฟสัญญาณ หรือยานพาหนะที่จอดคร่อมราง ในระยะเท่าไร รวมไปถึงระยะการหยุดเบรกรถไฟ เพื่อดูว่าพนักงานขับรถไฟใช้ระยะทางเท่าไร ก่อนถึงสถานีหรือซุ้มไม้กั้นถนน การชะลอความเร็วและหยุดรถไฟ รวมทั้งจะสังเกตการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประจำซุ้มรถไฟว่าจะเริ่มส่งสัญญาณให้พนักงานขับรถในระยะเท่าไร
นอกจากนี้ จะดูความเร็วของรถไฟว่าใช้ความเร็วเท่าไร ตั้งแต่วิ่งรถ ไปจนถึงการชะลอความเร็วของรถ ก่อนที่จะเบรกหยุดรถไฟโดยประเด็นเหล่านี้ ชุดสืบสวนจะรวบรวมเพื่อมาตรวจสอบว่า สอดคล้องกับคำให้การของพนักงานควบคุมไม้กั้น พนักงานขับรถไฟ ช่างเครื่อง และพนักงานรักษารถไฟคันเกิดเหตุหรือไม่ รวมทั้งนำมาเปรียบเทียบกับข้อปฏิบัติของการรถไฟแห่งประเทศไทย ทั้งการปฏิบัติในส่วนของพนักงานขับรถไฟและพนักงานควบคุมไม้กั้น โดยจะสังเกตการปฏิบัติตั้งแต่การทำความเร็วรถไฟ การวิทยุสื่อสาร ระยะห่างของรถไฟก่อนที่จะนำไม้กั้นลง รวมทั้งการตีสัญญาณของพนักงานควบคุมไม้กั้น ทั้งสัญญาณไฟและสัญญาณธง

สำหรับการจำลองสถานการณ์ครั้งนี้ ชุดสืบสวนได้แบ่งเจ้าหน้าที่ออกเป็น 2 ชุด ชุดแรกคือเจ้าหน้าที่สืบสวนที่สังเกตการณ์บนรถไฟ อีกชุดหนึ่งคือเจ้าหน้าที่สืบสวนที่สังเกตการณ์ตามซุ้มไม้กั้นรถไฟ ส่วนขบวนรถไฟที่จะใช้จำลองสถานการณ์ เป็นขบวนรถไฟโดยสารปกติซึ่งจากข้อมูลของการรถไฟแห่งประเทศไทย ยืนยันว่า ทั้งรถไฟโดยสารและรถไฟขนส่ง มีระเบียบการปฏิบัติที่เหมือนกัน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews