“เสธ.หมึก” เผย 2 นักปั่นลู่ระยะสั้นทีมชาติไทย “จาย อังค์สุธาสาวิทย์” และ “นรเศรษฐ์ธาดา บุญมา” ทำผลงานเก็บคะแนนสะสมโลกเพิ่มจากศึก “เจแปน แทร็ค คัพ” ส่งผลให้ทีมสปรินท์ไทยผงาดขึ้นอันดับ 15 ของโลก และอันดับ 4 เอเชีย พร้อมวางแผนส่งนักปั่นชุดเอเชียนเกมส์ไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่เมืองเทียนจิน ประเทศจีน เพื่อปรับตัวกับเวโลโดรมในร่มพื้นปาร์เกต์ 250 เมตร ก่อนลุยศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น
“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี รองประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย (ACC), ประธานสหพันธ์จักรยานแห่งอาเซียน (ACF) และนายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า จากการที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้ส่งนักปั่นประเภทลู่ระยะสั้นทีมชาติไทยชุดเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ประกอบด้วย “ทีเจ” จาย อังค์สุธาสาวิทย์ และ “แนว” จ.ต.นรเศรษฐ์ธาดา บุญมา ไปแข่งขันเก็บคะแนนสะสมโลก 2 สนามซ้อน คือ “เจแปน แทร็ค คัพ 1” และ “เจแปน แทร็ค คัพ 2” ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 14-17 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยจายและนรเศรษฐ์ธาดา ลงแข่งขันในรายการคีรินและสปรินท์บุคคลทั้ง 2 สนาม
พลเอกเดชา กล่าวว่า จากผลการแข่งขันในการแข่งขันคีริน จาย ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศทั้ง 2 สนาม ขณะที่นรเศรษฐ์ธาดา ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศในเจแปน แทร็คคัพ 1 ส่วนเจแปน แทร็คคัพ 2 ไม่ผ่านรอบแรก ส่วนในรายการสปรินท์ แม้ว่าทั้ง 2 คนจะทำสถิติไทม์ไทรอัล 200 เมตรได้ต่ำกว่า 10 วินาที แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะประสบความสำเร็จ โดยจายผ่านเข้าลึกที่สุดในรอบ 8 คนสุดท้ายเจแปน แทร็คคัพ 2 อย่างไรก็ตาม ผลงานของทั้ง 2 คนก็ยังสามารถเก็บคะแนนสะสมได้เพิ่ม โดยจายทำคะแนนสะสมเพิ่มขึ้น 390 คะแนน อันดับโลกขึ้นมาอยู่ที่ 45 คะแนนสะสมรวม 1,817 คะแนน ส่วนนรเศรษฐ์ธาดา ทำคะแนนเพิ่ม 238 คะแนน อันดับโลก 104 ขยับขึ้นมาถึง 36 อันดับ
พลเอกเดชา กล่าวอีกว่า ส่วนอันดับโลกในประเภททีมสปรินท์ของนักปั่นลู่ระยะสั้นทีมชาติไทย นอกจากจายและนรเศรษฐ์ธาดา ก็ยังมี “มะขาม” ส.ต.ท.ยืนยง เพชรรัตน์ เป็นตัวหลักของทีม ซึ่งเป็นหนึ่งในรายการหลักที่บรรจุในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2028 ปัจจุบันในประเภททีมสปรินท์ ทีมชาติไทยขยับอันดับขึ้นมาอยู่ที่ 15 ของโลก จัดเป็นอันดับ 4 ของทวีปเอเชีย โดยมีญี่ปุ่นอยู่ในอันดับ 8 คาซัคสถาน อันดับ 10 และจีน อันดับ 12
“เสธ.หมึก” เปิดเผยอีกว่า นอกจากนี้สมาคมกีฬาจักรยานฯ วางแผนการเก็บตัวฝึกซ้อมเตรียมความพร้อมของนักปั่นประเภทลู่ทีมชาติไทยชุดสู้ศึกเอเชียนเกมส์เดินทางไปฝึกซ้อมที่เมืองเทียนจิน ประเทศจีน ซึ่งเป็นเวโลโดรมในร่มพื้นปาร์เกต์ระยะทางต่อรอบ 250 เมตร เพื่อให้นักปั่นไทยมีความคุ้นชินกับสนามเวโลโดรมในร่มระยะทาง 250 เมตร ที่จะใช้ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น เพราะสนามเวโลโดรมในประเทศไทยที่มีอยู่ล้วนแต่เป็นสนามกลางแจ้งพื้นคอนกรีตระยะทาง 333.33 เมตร ดังนั้นสมาคมฯ จึงตัดสินใจส่งนักปั่นทีมชาติไทยไปฝึกซ้อมที่ประเทศจีน แม้จะต้องใช้งบประมาณที่สูงก็ตาม ไม่เช่นนั้นนักปั่นไทยก็ไม่สามารถสร้างผลงานได้อย่างเต็มที่
“แผนการที่จะให้นักกีฬาประเภทลู่ไปฝึกซ้อมที่ประเทศจีนจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง โดยช่วงแรกคาดว่าจะอยู่ในระหว่างวันที่ 20 มิถุนายน – 20 สิงหาคม แล้วให้นักกีฬาเดินทางกลับมาร่วมแข่งขันจักรยานประเภทลู่นานาชาติ Track Asia Cup 2026 ที่เวโลโดรมหัวหมาก การกีฬาแห่งประเทศไทย ระหว่างวันที่ 28 – 30 สิงหาคม ซึ่งมีการเก็บคะแนนสะสมโลกเพื่อคัดเลือกไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา จากนั้นก็จะให้นักกีฬาพัก 1 วัน ก่อนจะเดินทางไปเก็บตัวฝึกซ้อมช่วงที่สองระหว่างวันที่ 1-20 กันยายน แล้วเดินทางกลับมาประเทศไทยเพื่อเตรียมไปสู้ศึกเอเชียนเกมส์ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งการแข่งขันจักรยานประเภทลู่กำหนดชิงชัยกันระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 2 ตุลาคม รวม 4 วัน” พลเอกเดชา กล่าว
พลเอกเดชา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับนักกีฬาที่จะไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศจีน สมาคมฯ จะส่งนักกีฬาที่มีความหวังเป็นตัวหลักก่อนก็คือนักปั่นประเภทลู่ระยะสั้นที่มี จาย อังค์สุธาสาวิทย์, จ.ต.นรเศรษฐ์ธาดา บุญมา และ ส.ต.ท.ยืนยง เพชรรัตน์ รวมถึง “ผู้พันบีซ” พ.ต.หญิง จุฑาธิป มณีพันธุ์ ที่จะลงแข่งขันในรายการออมเนียม ส่วนนักกีฬาคนอื่น ๆ อยู่ในระหว่างการพิจารณา เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการส่งนักกีฬาไปฝึกซ้อมที่เมืองเทียนจินค่อนข้างสูง ทั้งค่าอาหาร, ค่าที่พัก, ค่าเช่าสนามฝึกซ้อม ซึ่งสมาคมกีฬาจักรยานฯ ต้องจัดหางบประมาณมาเอง ขณะนี้กำลังรอการสรุปค่าใช้จ่ายจากทางประเทศจีน
“ต้องยอมรับว่าการส่งนักกีฬาไปฝึกซ้อมต่างประเทศแต่ละครั้งใช้งบประมาณที่สูงมาก แต่เราก็ต้องทำ เพื่อให้นักกีฬาได้ปรับสภาพการขี่รวมถึงการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีเทคนิคในการแข่งขันแตกต่างไปจากเวโลโดรมหัวหมากซึ่งเป็นพื้นคอนกรีต ส่วนความหวังในการคว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 นักปั่นไทยจะทำได้หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาสในขณะแข่งขัน กีฬาจักรยานอะไรก็เกิดขึ้นได้ จาย อังค์สุธาสาวิทย์ ก็เคยคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่ประเทศอินโดนีเซียมาแล้ว จะเห็นได้ว่าสมาคมกีฬาจักรยานฯ ไม่เคยหยุดนิ่ง เราทำงานกันอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก เพื่อสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยอย่างไม่หยุดยั้ง” พลเอกเดชา กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews