ตร.เก็บวงจรปิดวิเคราะห์พฤติกรรมคนขับรถไฟ คาด 2 วันชัด

อาชญากรรม ข่าว
ตำรวจเร่งเก็บรายละเอียดกล้องวงจรปิดเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมคนขับรถไฟ และพนักงานควบคุมไม้กั้น คาด 2 วัน ชัดเจน ส่วนช่างเครื่อง ผิดด้วยหรือไม่ รอสอบเพิ่มเติมก่อน

 

วันนี้ (19 พ.ค.69) ที่ สน.มักกะสัน. พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน เปิดเผยความคืบหน้าภายหลังใช้เวลาประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมง โดยพ.ต.อ.กัมพล ระบุว่า วันนี้จะมีการสอบปากคำผู้บาดเจ็บเพิ่มเติม ซึ่งเป็นผู้บาดเจ็บที่ออกจากโรงพยาบาลแล้วจำนวน 14 ราย โดยสอบไปแล้ว 2 ราย และวันนี้จะสอบเพิ่มอีก 9 ราย เป็นคนไทยทั้งหมด ส่วนอีก 3 รายเป็นชาวต่างชาติ จะติดตามมาสอบให้ครบ ขณะที่ผู้บาดเจ็บที่ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลอีก 3 ราย จะประสานโรงพยาบาลเพื่อเข้าไปสอบปากคำเพิ่มเติม ส่วนญาติผู้เสียชีวิต วันนี้จะเดินทางมาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนจำนวน 4 คน โดยช่วงเช้ามาแล้ว 1 คน และอีก 3 คนอยู่ระหว่างเดินทางมาจากต่างจังหวัด ขณะเดียวกันสามารถพิสูจน์ดีเอ็นเอผู้เสียชีวิตได้แล้ว 7 คน

สำหรับประเด็นการสอบสวน วันนี้จะมีการเรียกพนักงานรักษารถของการรถไฟฯ เข้ามาให้การกับพนักงานสอบสวน ส่วนเรื่องการเยียวยาอยู่ระหว่างการประสานงาน ขณะที่ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอภาพกล้องวงจรปิด ซึ่งอ้างว่าไม่พบคนขับหรือช่างเครื่องอยู่ภายในห้องควบคุม โดยตำรวจระบุว่ายังไม่สามารถยืนยันข้อมูลดังกล่าวได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด

 

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่เก็บภาพจากกล้องวงจรปิดมาแล้ว 3 ป้อม ป้อมละ 8 ตัว แต่ยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติม เนื่องจากบางมุมบางตัวไม่สามารถใช้งานได้ นอกจากนี้ จะมีการรวบรวมกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบย้อนหลัง และวิเคราะห์พฤติกรรมของคนขับรถไฟบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ รวมถึงพนักงานควบคุมไม้กั้นในแต่ละจุด ว่ามีการปฏิบัติหน้าที่อย่างไร โดยคาดว่าจะใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 2 วัน

 

ในส่วนงานจราจร ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้ตำรวจดำเนินการ 3 ส่วน ได้แก่ การจัดระเบียบการจราจรบริเวณจุดตัดทางรถไฟ การจับกุมผู้ฝ่าฝืนกฎจราจร และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดจริงจัง

 

ทั้งนี้ช่างเครื่อง ได้ให้ปากคำในฐานะพยานแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อสำนวนคดี ส่วนพฤติการณ์ของการปฏิบัติหน้าที่ของช่างเครื่องจากการสอบปากคำจะเข้าข่ายความผิดด้วยหรือไม่ พล.ต.ต.กำพล ระบุว่า ตนเองยังไม่อยากชี้นำจะต้องสอบองค์ประกอบอีกหลายอย่างแต่ขณะนี้มีข้อมูลส่วนหนึ่งแล้ว รวมถึงหน้าที่ของช่างเครื่องวันนี้จะต้องทำการสอบปากคำพนักงานรถไฟเพิ่มเติมถึงมาตฐานการทำงานเพื่อที่จะนำไปเปรียบเทียบกับคำให้การของช่างเครื่อง จึงจะทราบว่าการปฎิบัติหน้าที่ของช่างเครื่องเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ ส่วนการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของช่างเครื่องเบื้องต้นได้นำตัวไปตรวจร่างกายแล้ว อยู่ระหว่างรอผลตรวจ

ทั้งนี้ ข้อมูลต่าง ๆ ที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ ตำรวจยังไม่ขอยืนยัน ขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน พร้อมฝากถึงสื่อมวลชนให้ระมัดระวังในการนำเสนอข่าว แม้เข้าใจเรื่องความรวดเร็ว แต่ขอให้รอบคอบ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงอาจเป็นการชี้นำสังคม จึงอยากให้รอการแถลงข่าวจากตำรวจเป็นหลัก โดยยืนยันว่าพร้อมตอบทุกคำถามในทุกประเด็นที่สื่อมวลชนและประชาชนสงสัย

 

นอกจากนี้ กรณีที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ว่าจะดำเนินคดีกับรถทุกคันที่จอดค้างบริเวณจุดตัดทางรถไฟในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นตำรวจยังไม่ได้รับการประสานอย่างเป็นทางการ แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลจากกล้องวงจรปิดและสอบปากคำพยานแวดล้อมเพิ่มเติม

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่