สภาทนายฯ รุดช่วยเหลือทางกฎหมาย เหยื่อรถไฟชนรถเมล์

อาชญากรรม ข่าว
สภาทนายความฯ ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ผู้ประสบเหตุรถไฟชนรถเมล์ เชื่อ ขสมก. และ การรถไฟฯ สามารถดูแลเยียวยาผู้เสียหายได้เต็มที่

 

วันนี้ (19 พ.ค.69) ที่ สน.มักกะสัน นายธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เดินทางมายัง สน.มักกะสัน เพื่อประสานทาง พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน เกี่ยวกับเรื่องการเยียวยาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเหตุรถไฟชนรถเมล์

 

นายธนพล เปิดเผยว่า กรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแตกต่างจากกรณีตึกถล่ม เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ ขสมก. และการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐและได้รับงบอุดหนุนจากภาครัฐ จึงเชื่อว่าทั้ง 2 หน่วยงานจะสามารถดูแลเยียวยาผู้เสียหายได้จนเป็นที่พอใจ หากผู้เสียหายรายใดยังไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือได้รับสิทธิไม่ครบถ้วน สามารถประสานมายังสภาทนายความให้เข้าช่วยเหลือเป็นตัวกลางได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งทางสภาทนายความฯได้มีการตั้งคณะทำงานไว้ตั้งแต่หลังเกิดเหตุแล้ว

 

ส่วนเรื่องเงินเยียวยา นายธนพล ระบุว่า สภาทนายความไม่ใช่หน่วยงานที่มีหน้าที่ชดใช้ค่าเสียหายโดยตรง แต่เป็นหน้าที่ของรัฐ ผ่านกระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการ

 

สำหรับประเด็นที่ว่าใครเป็นฝ่ายผิดหรือถูกนั้น นายกสภาทนายความ ย้ำว่า ไม่มีหน้าที่ชี้ขาด เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวน โดยวันนี้เดินทางมาประสานงานกับตำรวจ หากมีประชาชนร้องขอความช่วยเหลือก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ทันที

 

ส่วนการแยกประเภทผู้เสียหายหรือการกำหนดรูปแบบเยียวยา ยังต้องรอข้อเท็จจริงในสำนวนและผลนิติเวชก่อน แต่ยืนยันว่าทั้งผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ สภาทนายความพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่
ขณะที่กรณีตัวเลขเงินเยียวยาที่กระทรวงคมนาคมประกาศก่อนหน้านี้ หากผู้เสียหายมองว่าไม่เพียงพอ ยังสามารถเรียกร้องเพิ่มเติมได้ โดยต้องพิจารณาเป็นรายกรณี เช่น ผู้เสียชีวิตประกอบอาชีพอะไร มีภาระดูแลครอบครัวหรือไม่ ไม่สามารถกำหนดเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมดได้

 

อย่างไรก็ตามอย่าให้สภาทนายความฯ ต้องใช้มาตรการเด็ดขาดในเรื่องของกฎหมาย โดยเฉพาะมาตรา 44/1 ซึ่งเป็นสิทธิผู้เสียหายในคดีอาญาที่อัยการเป็นโจทก์ สามารถยื่นคำร้องต่อศาลฯ เพื่อขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

 

ส่วนกรณีที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมระบุว่าจะดำเนินคดีกับรถที่จอดกีดขวางทางรถไฟนั้น ทางนายกสภาทนายความ ระบุว่า เป็นหน้าที่ของตำรวจในการพิจารณาว่ามีความผิดหรือไม่ ขณะเดียวกันในส่วนของเจ้าหน้าที่รถไฟ หากยึดหลักความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ประจำสถานีก็มีหน้าที่แจ้งเตือนหรือป้องกันเหตุ โดยรายละเอียดต้องรอให้ตำรวจเป็นผู้สรุปข้อเท็จจริงอีกครั้ง

 

ทั้งนี้จะมีการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือของสภาทนายความที่ สน.มักกะสัน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวต่อไป

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่