ผอ.กกต.กทม. ยันหาก”ชัชชาติ”ลาออกต้องเลือกตั้งใหม่ภายใน60วัน

การเมือง ข่าว
ผอ.กกต.กทม. ยัน หาก “ชัชชาติ”ลาออก ต้องเลือกตั้งผู้ว่าฯ ใหม่ภายใน 60 วัน ย้ำใช้ไทม์ไลน์เดิม 28 มิ.ย. 69 เตือนผู้สมัครระวังค่าใช้จ่ายหาเสียง-อินฟลูเอนเซอร์ช่วยเชียร์ต้องแจ้ง กกต.

 

ว่าที่ร้อยตรี สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงกระแสข่าวที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยื่นหนังสือลาออกต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า ตามระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อมีการลาออกแล้วจะมีผลนับถัดจากวันที่ลาออก และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องจัดการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ภายใน 60 วัน โดยในระหว่างนี้ปลัดกรุงเทพมหานครจะรักษาการผู้ว่าฯ กทม. ทั้งนี้ เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวใกล้เคียงกับกำหนดครบวาระวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 จึงเห็นควรจัดการเลือกตั้งในคราวเดียวกัน เพื่อประหยัดงบประมาณ โดยกำหนดรับสมัครระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2569 และกำหนดวันเลือกตั้งวันที่ 28 มิถุนายน 2569

 

ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ ระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ใช้งบประมาณประมาณ 294 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งก่อนที่ใช้งบประมาณราว 280 ล้านบาท โดยงบดังกล่าวจะใช้ในการบริหารจัดการหน่วยเลือกตั้ง อุปกรณ์ บุคลากร และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

 

สำหรับโครงสร้างการจัดการเลือกตั้ง จะมีผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานครกำกับดูแล พร้อมคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานครอีก 5 คน โดยปลัดกรุงเทพมหานครจะทำหน้าที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร รวมถึงมีคณะอนุกรรมการในทั้ง 50 เขตเลือกตั้ง

 

ขณะเดียวกัน กกต. กทม. อยู่ระหว่างคัดเลือกประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่น หลังมีคำสั่งแต่งตั้งเมื่อวันที่ผ่านมา โดยกรุงเทพมหานครมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 4,507,523 คน และมีหน่วยเลือกตั้ง 6,629 หน่วย เพิ่มจากการเลือกตั้ง สส. 99 หน่วย

 

ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ ยืนยันว่า บัตรเลือกตั้งครั้งนี้ “ไม่มี QR Code แน่นอน” เนื่องจากระเบียบการเลือกตั้งท้องถิ่นใช้ระบบประทับตรายางตามกฎหมาย ซึ่งแตกต่างจากการเลือกตั้งระดับชาติ

 

ส่วนผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก หรือ First Vote รวมถึงผู้ที่ย้ายทะเบียนบ้านข้ามเขตแต่ยังอยู่ไม่ครบ 1 ปี กกต. จะประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า 25 วันก่อนวันเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบสิทธิของตนเอง โดยผู้ที่ย้ายทะเบียนบ้านข้ามเขตและอยู่ไม่ครบ 1 ปี จะยังไม่มีสิทธิเลือกตั้งตามกฎหมายท้องถิ่น

 

สำหรับการเลือกตั้งที่อยู่ในช่วงฤดูฝน กกต. พยายามลดการใช้เต็นท์เป็นหน่วยเลือกตั้ง และอยู่ระหว่างประสานย้ายหน่วยเลือกตั้งเข้าสู่อาคาร เช่น โรงเรียน วัด และห้างสรรพสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

 

ในประเด็นการทำโพลเลือกตั้ง ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ ย้ำว่า การสำรวจความคิดเห็นต้องเป็นไปตามหลักวิชาการ และห้ามเผยแพร่ผลสำรวจภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้งจนถึงเวลา 17.00 น. ของวันเลือกตั้ง หากเข้าข่ายจูงใจหรือทำให้ประชาชนเข้าใจผิด อาจผิดกฎหมายเลือกตั้งตามมาตรา 65

 

ส่วนการใช้ผู้ช่วยหาเสียงและอินฟลูเอนเซอร์ช่วยหาเสียงนั้น แม้กฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นจะไม่ได้กำหนดจำนวนผู้ช่วยหาเสียง แต่หากมีการว่าจ้างหรือมีค่าใช้จ่าย ผู้สมัครต้องนำมาคำนวณรวมเป็นค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง และแม้ช่วยฟรีก็ถือเป็น “การรับให้” ที่ต้องประเมินมูลค่าแจ้งต่อ กกต.

 

นอกจากนี้ ผู้สมัครยังต้องแจ้งบัญชีโซเชียลมีเดียที่ใช้หาเสียงต่อ กกต. ล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็น Facebook, LINE, Instagram หรือ TikTok รวมถึงการจัดเวทีปราศรัยและสื่อโฆษณาทุกประเภท

 

ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ ยังเตือนผู้สมัครให้ระวังข้อห้ามสำคัญ เช่น การซื้อเสียง การจัดรถรับส่งผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การเผยแพร่ข้อมูลเท็จ การจูงใจไม่ให้ใช้สิทธิ หรือการลงสมัครทั้งที่ขาดคุณสมบัติ ซึ่งอาจมีความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง พร้อมย้ำว่า นโยบายหาเสียงต้องอยู่ในอำนาจหน้าที่และสามารถทำได้จริง หากเสนอสิ่งที่เกินจริงหรือเป็นไปไม่ได้ อาจเข้าข่ายหลอกลวงประชาชนตามมาตรา 65 (5) ท้ายที่สุด ยังฝากถึงผู้สมัครทุกคนว่า หากมีข้อสงสัยด้านกฎหมายเลือกตั้ง สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน กกต. 1444

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่