“อภิสิทธิ์”ซัดรบ.เมินกม.ภาคปชช.-จี้เคารพมติประชาชนแก้ รธน.

การเมือง ข่าว
“อภิสิทธิ์”ซัดรัฐบาลเมินกฎหมายภาคประชาชน ถามลืม อสม. แล้วหรือไม่ จี้เคารพมติประชาชนแก้ รธน. เตือนตั้งต้นใหม่ เสี่ยงจุดชนวนขัดแย้งรอบใหม่

 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นอภิปรายในที่ประชุมร่วมรัฐสภา โดยระบุว่า ตนเห็นด้วยกับผู้นำฝ่ายค้านที่อภิปรายก่อนหน้านี้ว่า เรื่องที่กำลังถกเถียงกันไม่ใช่เพียงประเด็นเทคนิคทางกฎหมาย แต่เป็นเรื่องเจตนารมณ์ของรัฐบาลต่อการผลักดันงานด้านนิติบัญญัติ และผู้ที่ควรชี้แจงความจริงคือหัวหน้ารัฐบาลหรือรัฐมนตรีที่มีหน้าที่รักษาการตามกฎหมายต่าง ๆ ทั้งนี้ ตนพร้อมสนับสนุนกฎหมายหลายฉบับที่รัฐบาลยืนยันเดินหน้าต่อ

 

ทั้งกฎหมายอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและให้บริการแก่ประชาชน กฎหมายล้มละลาย เพื่อช่วยฟื้นฟูกิจการของผู้ประกอบการ กฎหมายแข่งขันทางการค้าเพื่อแก้ปัญหาการผูกขาด รวมถึงกฎหมายอากาศสะอาด และกฎหมายเกี่ยวกับบุคลากรทางการศึกษา พร้อมระบุว่า ปัญหาการผูกขาดในปัจจุบัน ไม่ได้อยู่แค่ในตัวบทกฎหมาย แต่อยู่ที่พฤติกรรมของทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะทุนต่างชาติที่ใช้วิธีขาดทุนระยะสั้นเพื่อกำจัดคู่แข่งออกจากตลาด ก่อนกลับมาผูกขาดและขึ้นราคาในภายหลัง

 

อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า สิ่งที่น่ากังวลคือ “กฎหมายที่รัฐบาลตัดสินใจไม่ยืนยัน” เพราะสะท้อนแนวคิดและทัศนคติของรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ดำเนินมายาวนานเกือบ 10 ปี และเคยมีความหวังจากข้อตกลงระหว่างพรรคการเมืองใหญ่ในสภาชุดที่ผ่านมา แต่สุดท้ายรัฐบาลกลับไม่เดินหน้าต่อ ทั้งที่ประชาชนได้แสดงเจตจำนงผ่านการทำประชามติแล้ว

“เมื่อมีการทำประชามติ และเสียงเห็นชอบของประชาชนจำนวนมหาศาลยืนยันมา รัฐบาลก็ควรเคารพเจตนารมณ์ของประชาชนที่ตัวเองเป็นผู้เสนอให้มีประชามติขึ้น”

 

นายอภิสิทธิ์ ยังเตือนว่า การที่รัฐบาลไม่ยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะทำให้ทุกอย่างต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ และเสี่ยงทำให้ประเด็นอ่อนไหว โดยเฉพาะเรื่องหมวด 1 และหมวด 2 ซึ่งเคยหาทางประนีประนอมกันได้แล้ว กลับมาเป็นชนวนความขัดแย้งอีกครั้งโดยการตัดสินใจไม่ยืนยัน จึงเป็นการไม่เคารพข้อตกลงเดิม ไม่เคารพเสียงของประชาชน และมีแต่จะพาปัญหาการแก้รัฐธรรมนูญกลับเข้าสู่วังวนความขัดแย้งอีกครั้ง

 

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังวิจารณ์กรณีรัฐบาลไม่ยืนยันกฎหมายเกี่ยวกับการรายงานมลพิษ ทั้งที่เป็นกฎหมายที่สอดคล้องกับมาตรฐานของ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา ซึ่งรัฐบาลเองก็ประกาศนโยบายผลักดันไทยเข้าสู่ OECD โดยมองว่า การไม่ให้กฎหมายภาคประชาชนเดินหน้าต่อ สะท้อนว่า “รัฐบาลใจไม่กว้างพอ” พร้อมกันนี้ ยังกล่าวถึงกฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุข หรือกฎหมายนิรโทษกรรมทางการเมืองว่า รัฐบาลกลับยอมให้เดินหน้าต่อ ทั้งที่ผู้ได้รับประโยชน์ส่วนหนึ่งคือนักการเมืองและอดีตนักการเมือง แต่กลับไม่ผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมให้ประชาชนที่มีปัญหาเรื่องพื้นที่ทำกิน รวมถึงกฎหมายคุ้มครองแรงงาน จนกลายเป็นว่ากฎหมายที่ประชาชนลงประชามติอยากให้เดินหน้า กฎหมายที่ภาคประชาชนเสนอ หรือกฎหมายที่เกี่ยวกับผู้เดือดร้อนจริง ๆ รัฐบาลกลับไม่ให้ไปต่อ

ช่วงท้าย นายอภิสิทธิ์ ยังตั้งคำถามถึงกรณีกฎหมายเกี่ยวกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. โดยระบุว่า ช่วงเลือกตั้งทุกพรรคต่างแสดงความรักและสนับสนุน อสม. แต่หลังเลือกตั้งกลับไม่มีการผลักดันกฎหมายยกระดับสถานะและสวัสดิการของ อสม. ต่อ ซึ่งไม่น่าเชื่อว่า ช่วงเลือกตั้งทุกคนรัก อสม. หมดเลย แต่พอเลือกตั้งเสร็จ นโยบายรัฐบาลก็ไม่พูดถึง กฎหมายที่เคยผลักดันก็ถูกทิ้ง ทั้งที่ อสม. คือกลุ่มคนที่ทั่วโลกยกให้เป็นแบบอย่าง พร้อมทิ้งท้ายว่า รัฐบาลควรกลับไปทบทวนแนวคิดในการทำงานด้านนิติบัญญัติ เพราะแม้รัฐบาลจะมีอำนาจบริหาร แต่ก็ล้วนมาจากประชาชน และควรเปิดโอกาสให้เสียงของประชาชนได้รับการผลักดันอย่างแท้จริง โดยเฉพาะกลุ่มคนตัวเล็กตัวน้อยที่มักถูกมองข้ามเสมอในระบบการเมืองไทย

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่