“สีหศักดิ์” เผยผลประชุม BRICS ถกรักษากติกาโลก – อินเดียหนุนไทยเป็นหัวหอกดึงเมียนมากลับสู่อาเซียน ลุ้น เปิดช่องแคบฮอร์มุซหากเจรจาสันติภาพคืบหน้า
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ BRICS และประเทศหุ้นส่วน ว่า การประชุมครั้งนี้จัดโดยสาธารณรัฐอินเดีย ในวาระครบรอบ 20 ปีการก่อตั้งกลุ่ม BRICS ซึ่งถือเป็นกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและขั้วอำนาจใหม่ที่ต้องการมีบทบาทกำหนดทิศทางระเบียบโลกมากขึ้น
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากการที่มหาอำนาจบางประเทศไม่ยึดกติกาสากลเหมือนเดิม ส่งผลให้เกิดความตึงเครียดในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะสถานการณ์ตะวันออกกลาง จึงมีการหารือกันว่ากลุ่ม BRICS จะร่วมกันรักษากติกาสากล ระบบพหุภาคี และความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างไร ท่ามกลางโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงพร้อมระบุว่า ไทยมีความกังวลต่อผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลาง ทั้งด้านพลังงาน ความมั่นคงทางอาหาร และผลกระทบต่ออาเซียน โดยที่ประชุมได้หารือแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ นวัตกรรม เศรษฐกิจสีเขียว และการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงรับมือกับปัญหาโลกร้อน ภัยพิบัติ และโรคระบาด

นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวว่า ไทยได้ใช้เวทีดังกล่าวผลักดันความร่วมมือกับประเทศในแอฟริกา ซึ่งถือเป็นตลาดเศรษฐกิจใหม่ที่กำลังเติบโต โดยมีหลายประเทศในแอฟริกาเข้าร่วมประชุม อาทิ เอธิโอเปีย ไนจีเรีย และอียิปต์
นอกจากนี้ นายสีหศักดิ์ เปิดเผยถึงการหารือทวิภาคีกับนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ว่า ไทยแสดงความห่วงใยต่อสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยฝ่ายอิหร่านแจ้งว่า การเจรจาสันติภาพและการหารือกับสหรัฐฯ มีความคืบหน้า หลายประเด็นได้ข้อยุติแล้ว แม้ยังมีบางเรื่องที่ต้องหารือต่อ
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไทยติดตามสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นเส้นทางสำคัญของเรือบรรทุกน้ำมันและปุ๋ย โดยอิหร่านยืนยันว่าเข้าใจผลกระทบต่อไทยและหลายประเทศ และหากการเจรจาสันติภาพคืบหน้า ก็หวังว่าจะสามารถทยอยเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้อีกครั้ง โดยโอมานและอิหร่านจะร่วมกันดูแลเรื่องเสรีภาพและความปลอดภัยในการเดินเรือ
ทั้งนี้ ปัจจุบันยังมีเรือไทยค้างอยู่ในพื้นที่ประมาณ 7-8 ลำ โดยบางส่วนสามารถเดินทางผ่านได้แล้ว แต่ยังต้องรอความชัดเจนจากการเจรจาระหว่างประเทศ
นายสีหศักดิ์ ยังระบุว่า อิหร่านได้ร้องขอความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยเฉพาะยาและเวชภัณฑ์ ซึ่งไทยพร้อมให้ความช่วยเหลือผ่านประเทศโอมานในเร็ว ๆ นี้
ส่วนการหารือกับนายสุพรหมยัม ชัยศังกระ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย นั้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไทยและอินเดียเตรียมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 80 ปีในปีหน้า พร้อมเดินหน้ายกระดับความสัมพันธ์สู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ โดยตั้งเป้าขยายการค้า การลงทุน และความร่วมมือในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก พร้อมเปิดเผยว่า มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับอินเดียเพิ่มขึ้นเป็น 21,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 25% และมีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าไทยราว 2.5 ล้านคน
ทั้งนี้ อินเดียมองว่าไทยมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงเอเชียใต้กับอาเซียน ผ่านกรอบความร่วมมือ BIMSTEC และยังสนับสนุนบทบาทไทยในการผลักดันสันติภาพในเมียนมา โดยไทยยืนยันว่า แม้สถานการณ์การเมืองในเมียนมายังไม่สมบูรณ์ แต่ไทยจำเป็นต้องมีปฏิสัมพันธ์กับทุกฝ่ายในเมียนมา ทั้งรัฐบาลและชนกลุ่มน้อย เพื่อแก้ปัญหาชายแดน ทั้งสแกมเมอร์ ยาเสพติด มลพิษ และการค้าชายแดน
นายสีหศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ไทยกำลังเป็น “หัวหอก” ในการผลักดันให้เมียนมากลับเข้าสู่อาเซียนอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง เพราะหากอาเซียนไม่มีเมียนมา ความเข้มแข็งของภูมิภาคจะลดลง และหากเมียนมาถูกโดดเดี่ยว ก็อาจกลายเป็นพื้นที่แข่งขันอิทธิพลของมหาอำนาจ พร้อมระบุว่า อินเดียสนับสนุนให้ไทยจัดเวทีหารือร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านของเมียนมาอีกครั้ง ซึ่งไทยเห็นว่าเป็นแนวทางที่ดี และอาจให้อินเดียร่วมเป็นเจ้าภาพในอนาคต
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews