“ศุภจี”แจงกระทู้สด สว. ไม่มีนโยบายห้ามส่งออกปาล์มน้ำมัน บอกราคาที่ผันผวนเพราะกลไกตลาด ก่อนติง “สว.เศรณี” ไม่สร้างสรรค์ หลังพูดมีนั่งเทียนเขียนสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบ พร้อมแจงกระทู้นำเข้าข้าวโพด
ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณากระทู้ถามสด ของนายเศรณี อนิลบล สว. ถามถึงปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ ตั้งถามนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์
โดยนายเศรณี อภิปรายว่า ที่ผ่านมาสภาเกษตรกรได้ยื่นเรื่องให้กับกระทรวงพาณิชย์เพื่อให้ช่วยกำหนดโครงสร้างด้านราคาพืชผลทางการเกษตร รวมถึงปศุสัตว์ที่เป็นธรรม ให้กับเกษตรกร เพราะขณะนี้ถูกปล่อยให้เป็นไปตามชะตากรรม กลไกตลาด ทั้งที่ต้นทุนการเกษตรมีต้นทุนสูง แต่ขายสินค้าที่ต่ำกว่า อย่างไรก็ตามสำหรับราคาปาล์มน้ำมัน พบปัญหาคือ เกษตรกรที่นำพืชพันธุ์ตามที่กรมวิชาการเกษตรวิจัยว่ามีคุณภาพ มีเปอร์เซ็นต์น้ำมัน 25 – 28% มาปลูกและทำตามมาตรฐานที่ดี พร้อมกับตัดปาล์มที่ในช่วงที่เหมาะสม แต่การรับซื้อปาล์มน้ำมัน พบว่ามีการรับซื้อจากการตรวจสอบด้วยตา หรือ อัตโนตา และให้เปอร์เซ็นต์น้ำมันเพียง 17%-18% ดังนั้นขอให้กระทรวงพาณิชย์ควบคุมโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มให้รับซื้อผลผลิตที่เป็นไปตามชั้นปาล์ม อย่างไรก็ดียังพบว่ามีการควบคุมการส่งออกซึ่งทำให้เกษตรกรที่ต้องการส่งออกได้รับความเดือดร้อน
จากนั้น นางศุภจี ชี้แจงว่าไม่มีนโยบายห้ามส่งออก ซึ่งจากข้อมูลเมื่อ 23 เม.ย. มีคำขอเพื่อส่งออก 1.4 แสนตัน และอนุมัติทุกคำขอ ทั้งนี้มีเพดานส่งออกอยู่ที่ 2 แสนตัน แต่การอนุมัตินั้นต้องพิจารณาส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น ใช้ผลิตพลังงาน ขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบนั้นพบว่าขึ้น-ลง ซึ่งเวลานี้อยู่ในช่วงราคาลงต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันปาล์มดิบของมาเลเซีย อยู่ที่ 37.48 บาทต่อกิโลกรัม แต่ราคาขายในประเทศอยู่ที่ 38 บาทต่อกิโลกรัม ดังนั้นเมื่อราคาส่งออกไม่ดีกว่าขายในประเทศ จึงไม่มีใครอยากส่งออก ดังนั้นการขึ้น-ลงของราคาเป็นไปตามกลไกตลาด แต่สิ่งที่กระทรวงพาณิช์ดูคือ องค์รวม ขอยืนยันว่าไม่มีนโยบายห้ามการส่งออก แต่การส่งออกได้ต้องขออนุญาต

จากนั้นนายเศรณี ตั้งคำถามอีกว่า ตัวเลขของปริมาณน้ำมันปาล์มดิบเชื่อถือ ทั้งนี้ขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสต๊อกน้ำมันให้ตรวจจริงอย่านั่งเทียน ทั้งนี้หากราคาขายน้ำมันปาล์มดิบภายในประเทศสูงกว่าส่งออก ทำไมไม่ประกาศนโยบาย ว่า บี30 บี40 บี50 เหมือนอินโดนีเซีย รวมถึงขอให้มีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องไบโอดีเซล นอกจากนั้นในส่วนของคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.)ที่บอกว่าจะสร้างสมดุลขอให้เพิ่มสัดส่วนเกษตรกรเป็นกรรมการด้วย ไม่ใช่ให้มีเฉพาะภาคเอกชน
นางศุภจี ชี้แจงว่า ทุกอย่างตนรับฟังและนำไปปฏิบัติ ทั้งนี้ต้องลงไปดูในพื้นที่ ส่วนที่บอกว่าอย่านั่งเทียน ตนขอว่าควรให้เกียรติซึ่งกันและกัน เพราะทุกคนช่วยกันทำงาน ตนทำงานเต็มที่และข้าราชการทำงานเต็มที่ แต่การพูดแบบนั้นถือว่าไม่สร้างสรรค์ที่จะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
นางศุภจี ชี้แจงต่อว่า สำหรับประเด็นที่ถามว่าหากราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศดีกว่าต่างประเทศ ทำไมไม่ประกาศใช้ บี30 บี40 บี50 ที่ชัดเจนนั้น เป็นเพราะต้องปรับตัว ค่อยเป็นค่อยไป และดูทั้งระบบว่าสามารถใช้ได้มากน้อยแค่ไหน และกว่าที่จะผลักดัน บี20ได้นั้น ต้องดูแลผู้ได้รับผลกระทบด้วย รวมถึงต้องดูปริมาณเพื่อให้สมดุลกับนโยบายพลังงานที่ต้องการส่งเสริม อย่างไรก็ดีตนจะรับข้อเสนอให้มีตัวแทนภาคเกษตรกร ร่วมเป็น กนป. เพราะคนที่ได้ประโยชน์คือ เกษตรกร
ทั้งนี้ หลังจากที่นางศุภจีชี้แจงแล้วเสร็จ นายเศรนี ขอใช้สิทธิ์ตอนท้ายเพื่อขอถอนคำว่า นั่งเทียน และขอเปลี่ยนเป็นคำว่า ช่วยนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องสมบูรณ์และครบถ้วน
โดยนางศุภจี ยังได้ตอบชี้แจงกระทู้ถามสดเรื่องมาตรฐานการจัดการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เพื่อลดปัญหา PM 2.5 ซึ่งถามโดยนายพละวัต ตันศิริ สว. ว่า กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กำหนดมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดการเผา เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นPM2.5 ว่า ผู้นำเข้าจะต้องรับรอง และปฏิบัติตามมาตรการจัดระเบียบการนำเข้า ที่มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2569 โดยผู้นำเข้าต้องขึ้นทะเบียนรายปีกับกรมการค้าต่างประเทศก่อนการนำเข้า และมีหนังสือรับรองตัวเองว่า เป็นผลผลิตทำการเกษตรปลอดการเผา เพื่อแสดงต่อกรมศุลกากร
รวมถึงต้องแจ้งรายงานการนำเข้าให้กรมการค้าต่างประเทศทราบภายใน 30วัน นับจากวันนำเข้า ถือเป็นมาตรการเบื้องต้นในระยะปรับตัว เพื่อควบคุมการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แบบปลอดการเผา
นางศุภจี กล่าวต่อว่า ส่วนมาตรการระยะยาวนั้น จะยกเลิกการรับรองตัวเองของผู้นำเข้า เป็นมีหนังสือรับรองจากหน่วยงานที่เป็นสากล มีความน่าเชื่อถือ รวมถึงมีการตรวจสอบย้อนหลังว่า ภายหลังการนำเข้าแล้ว หากพบว่า แปลงที่นำเข้าสินค้ามีการเผา จะยกเลิกไม่ให้มีการนำเข้าต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews