“เชลซี” เด้ง “เลียม โรซีเนียร์” หลังผลงานดิ่ง แพ้ 5 นัดติดยิงไม่ได้แม้แต่ลูกเดียว
เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา สิงห์บลูส์ เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตัดสินใจแยกทางกับ เลียม โรซีเนียร์ อย่างเป็นทางการ หลังผลงานของทีมตกต่ำอย่างหนักในช่วงหลัง โดยพ่ายแพ้ติดต่อกันถึง 5 นัด และไม่สามารถทำประตูได้เลยแม้แต่ลูกเดียว
ผลงานดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1912 ที่ทีมแพ้ 5 เกมติดแบบยิงประตูไม่ได้ ส่งผลให้อันดับในตารางคะแนนร่วงลงมาอยู่เพียงอันดับ 7 ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังมีลุ้นพื้นที่ยุโรปแบบเต็มตัว
เลียม โรซีเนียร์ กุนซือวัย 41 ปี เพิ่งตัดสินใจย้ายจาก สตาร์สบูร์ก มารับงานคุมทีมในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา พร้อมสัญญาระยะยาว 5 ปีครึ่ง อย่างไรก็ตาม ผลงานตลอดการคุมทีม 23 นัด ชนะเพียง 11 นัด และแพ้ถึง 10 เกม เสียประตูรวมถึง 38 ลูก สะท้อนถึงปัญหาทั้งเกมรุกและเกมรับอย่างชัดเจน
จุดแตกหักสำคัญเกิดขึ้นหลังเกมพ่าย ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน 0-3 ต่อหน้าผู้บริหารระดับสูงของสโมสร ส่งผลให้ความเชื่อมั่นภายในทีมลดลงอย่างรวดเร็ว และนำไปสู่การตัดสินใจปลดในที่สุด
สำหรับช่วงเวลาที่เหลืออีก 4 นัดของฤดูกาล สิงห์บลูส์ จะได้ คาลัม แม็คฟาร์เลน จะขึ้นมาทำหน้าที่กุนซือชั่วคราว และนอกจากภารกิจเก็บชัยในลีกที่เหลือ สิงโตน้ำเงินครามยังมีภารกิจสำคัญอีกหนึ่งภารกิจ คือการนำทีมลงแข่งขัน เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ พบกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ที่สนาม เวมบลีย์ ในค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 26 เม.ย. 69 เวลา 21.00 น.
ขณะเดียวกัน เชลซี ยังเริ่มเดินหน้าเฟ้นหากุนซือคนใหม่ โดยมีชื่อของ อันโดนี อิราโอลา จาก บอร์นมัธ เป็นหนึ่งในตัวเต็ง พ่วงด้วยตัวเลือกที่น่าสนใจอีกหลายราย ไม่ว่าจะเป็น ชาบี อลอนโซ่, เชส ฟาเบรกาส, โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ และ ฟิลิเป้ หลุยส์ ซึ่งล้วนเป็นกุนซือโปรไฟล์สูงที่อาจเข้ามากอบกู้สถานการณ์ของ “สิงห์บลูส์” ในฤดูกาลหน้า
สถานการณ์ของ เชลซี ในเวลานี้จึงถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ ทั้งในแง่ผลงานในสนามและการวางรากฐานระยะยาว โดยการตัดสินใจเลือกกุนซือคนต่อไป ไม่เพียงเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังเป็นตัวกำหนดทิศทางของสโมสรในอนาคต ว่าจะสามารถกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ และท้าทายความสำเร็จในเวทียุโรปได้อีกครั้ง หรือยังคงต้องเผชิญกับช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews