ต้องจับตาค่ะ สำหรับการลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของนายกรัฐมนตรีในวันศุกร์ที่ 17 เมษายนนี้ ท่ามกลางประเด็นร้อนในพื้นที่โดยเฉพาะกรณีที่มีการเรียกร้องให้แม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากพื้นที่ซึ่งกำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว เกิดขึ้นหลังสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ออกมาเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนตัวแม่ทัพภาคที่ 4 โดยอ้างถึงความกังวลต่อคำให้สัมภาษณ์ที่พาดพิงถึงโรงเรียนปอเนาะและตาดีกาว่าอาจเป็นแหล่งบ่มเพาะความรุนแรง
ขณะที่ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 เมษายน นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมลงพื้นที่ว่าเป้าหมายสำคัญคือการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบยังคงมีอยู่
โดยเฉพาะเหตุความรุนแรงที่คนไทยทำร้ายกันเองในลักษณะลอบสังหารซึ่งนายกรัฐมนตรีระบุชัดว่า “ต้องไม่เกิดขึ้น” พร้อมกำชับให้ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรเร่งติดตามและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดโดยเร็ว
นายกรัฐมนตรียังย้ำว่า อาวุธและกำลัง ควรใช้เพื่อรับมือกับผู้ที่ไม่หวังดีต่อประเทศไม่ใช่นำมาทำร้ายประชาชนด้วยกันเอง
พร้อมกันนี้ ยังส่งสัญญาณชัดไปยังฝ่ายความมั่นคงว่า หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นอาจมีการ “ปรับเปลี่ยนกำลังหรือโยกย้าย” โดยระบุว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่เพิ่งทำงานเพียง 4 เดือน แต่เป็นรัฐบาล 4 ปี ที่ต้องมีผลงานเป็นรูปธรรม
และยังกล่าวย้ำถึงอำนาจของนายกรัฐมนตรี ว่าสามารถสั่งย้ายข้าราชการได้หากพบว่าการทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ เปรียบเทียบว่าหากควรเดินหน้าเต็มที่เหมือน “เกียร์ 5” แต่ยังทำงานช้าเหมือน “เกียร์ 2”ก็ต้องมีการดำเนินการ
สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไม่ได้ไปเพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งแต่จะลงไปรับฟังปัญหาในทุกมิติ เพื่อนำมาปรับนโยบายและแนวทางแก้ไขให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงในพื้นที่
การลงพื้นที่ครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นการติดตามสถานการณ์ความไม่สงบแต่ยังถูกจับตาว่า จะมีผลต่อโครงสร้างการทำงานของฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่หรือไม่ท่ามกลางแรงกดดันจากหลายฝ่าย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews