ประเด็นค่าครองชีพยังคงเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายจับตา ล่าสุด กบน. ออกประกาศปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุน ละอัตราเงินชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิงโดยมีผลตั้งแต่วันนี้ 15 เมษายน เป็นต้นไป
สำหรับโครงสร้างใหม่ กบน. ได้แบ่งอัตราออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ น้ำมันที่ผลิตในประเทศ และน้ำมันที่นำเข้า เริ่มจากน้ำมันที่ผลิตในประเทศน้ำมันเบนซิน ถูกกำหนดให้ส่งเงินเข้ากองทุนในอัตรา 9 บาท 66 สตางค์ต่อลิตร
โดยไม่มีการชดเชย
ขณะที่น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ได้รับการอุดหนุน 5 บาท 89 สตางค์ต่อลิตร และน้ำมัน B20 ยังคงได้รับการอุดหนุนสูงถึง 11 บาท 67 สตางค์ต่อลิตร
ส่วนน้ำมันที่นำเข้า เบนซิน ยังคงส่งเงินเข้ากองทุนในอัตราเดียวกันคือ 9 บาท 66 สตางค์ต่อลิตร ด้านแก๊สโซฮอล์ 95 และ 91ได้รับการชดเชย 2 บาท 84 สตางค์ต่อลิตร
E20 ได้รับ 2 บาท 26 สตางค์ต่อลิตรดีเซลหมุนเร็ว ได้รับ 2 บาท 26 สตางค์ต่อลิตร และ B20 ยังคงได้รับการอุดหนุนสูงสุดที่ 11 บาท 67 สตางค์ต่อลิตร
นอกจากนี้ กบน. ยังได้กำหนดอัตรา “เงินคืน” และ “ชดเชยคืน”สำหรับกรณีที่น้ำมันได้รับการยกเว้น หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยใช้อัตราเดียวกับโครงสร้างหลัก เพื่อให้การบริหารกองทุนมีความสมดุล
ซึ่งการปรับโครงสร้างครั้งนี้ สะท้อนแนวทางของภาครัฐที่ยังคง “ตรึงราคาดีเซล” อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นต้นทุนสำคัญของภาคขนส่ง และมีผลโดยตรงต่อราคาสินค้าและค่าครองชีพของประชาชน
ขณะเดียวกัน การอุดหนุน B20 ในระดับสูง ยังเป็นการสนับสนุนพลังงานทางเลือก และช่วยพยุงราคาผลผลิตปาล์มน้ำมันในประเทศ
โดยภาพรวม มาตรการของ กบน. รอบนี้ ยังคงเน้นการรักษาสมดุลระหว่างเสถียรภาพด้านพลังงาน และการดูแลภาระค่าครองชีพของประชาชนในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความเปราะบาง
อย่างไรก็ตาม การปรับครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันในประเทศควบคู่กับการลดแรงกดดันค่าครองชีพของประชาชนโดยเฉพาะในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ที่การใช้จ่ายมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
โดยสรุป มาตรการของ กบน. ในครั้งนี้ ยังคงเดินหน้าตามแนวทาง “เก็บจากเบนซิน – อุดหนุนดีเซล” เพื่อรักษาสมดุลด้านพลังงาน และค่าครองชีพท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังต้องการแรงประคับประคองจากภาครัฐ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews