จับตา สินค้าจ่อขึ้นราคาหลังสงกรานต์ ค่าครองชีพพุ่งไม่หยุด!

ทั่วไป ข่าว

 

หลังสงกรานต์นี้ ประชาชนอาจต้อง “รับมือของแพง” เมื่อหลายสินค้า
และบริการในไทย มีแนวโน้มทยอยปรับราคาขึ้นจากต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพที่ยังพุ่งไม่หยุด

 

สถานการณ์เศรษฐกิจช่วงสงกรานต์ปี 2569 เริ่มสะท้อนชัดว่า “ค่าครองชีพ”
อาจกำลังกดดันคนไทยโดยผลสำรวจพบว่า มากกว่า 60% ของประชาชน
รู้สึกว่าสินค้าจำเป็นมีราคาแพงขึ้นจนรับไม่ไหว ขณะที่ภาพรวมการใช้จ่าย
ในช่วงเทศกาลก็ชะลอตัวลง และเงินสะพัดหดตัวประมาณ 3.7%

 

ซึ่งของจะแพงขึ้นหลังผ่านช่วงสงกรานต์ไปแล้วหลายฝ่ายประเมินตรงกันว่า
ราคาสินค้ามีแนวโน้มขยับขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค เช่นผงซักฟอก สบู่ แชมพู และของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน ที่เริ่มทยอยปรับราคาและบางส่วน “จ่อขึ้นยกแผง” หลังกลางเดือนเมษายน

 

ขณะเดียวกัน สินค้าหลายประเภทเริ่มปรับขึ้นแล้ว เช่น
น้ำมันพืช ปรับขึ้นประมาณ 5–8 บาทต่อขวด
น้ำดื่มบรรจุขวด ขยับขึ้นราว 5 บาทต่อแพ็ก
อาหารสด เช่น หมู ไข่ ผัก ราคาปรับเพิ่มต่อเนื่อง
อาหารตามสั่ง ขึ้นเฉลี่ย 5 บาทต่อจาน
ค่าโดยสาร และค่าขนส่ง เริ่มทยอยปรับขึ้น

 

ทั้งหมดเป็นผลจาก “ต้นทุนพลังงาน” และ “ค่าขนส่ง” ที่สูงขึ้น ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า
ต้นตอสำคัญมาจาก “ราคาน้ำมันโลก” ที่พุ่งสูง ซึ่งส่งผลเป็นลูกโซ่ไปยังต้นทุนการผลิตและการขนส่ง ทำให้ราคาสินค้าในระบบเศรษฐกิจมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยกว่า 4% และเมื่อราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นจะดันเงินเฟ้อ และค่าครองชีพของประชาชนให้สูงขึ้นตาม

 

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่า การปรับขึ้นราคาสินค้าหลายรายการ
ยังต้องอยู่ภายใต้การควบคุม และต้องขออนุญาตก่อนเพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินจริง

 

ฉะนั้น สถานการณ์นี้สะท้อนว่า การที่ของแพงขึ้นอาจไม่ใช่แค่ระยะสั้น
แต่กำลังกลายเป็นแรงกดดันระยะยาว ที่กระทบทั้งผู้บริโภค และเศรษฐกิจไทย
ในภาพรวม หลังจากนี้จึงต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่ารัฐจะมีมาตรการช่วยลดภาระประชาชนได้มากแค่ไหน

 

หลังจากนี้ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าราคาสินค้าจะปรับขึ้นมากน้อยเพียงใด
และมาตรการรัฐจะช่วยบรรเทาภาระประชาชนได้แค่ไหน

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่