“เอกนัฏ” ยัน “สงกรานต์” มีน้ำมันเพียงพอ คาดว่าสามารถปรับราคาหน้าปั๊มลงได้ระดับหนึ่ง ชี้วันหยุด “รมว.พลังงาน” ไม่หยุด มี 2 ภารกิจสำคัญ “เตรียมน้ำมันให้พอ-ติดตามราคาตลาดโลก” ลั่นความแน่นอน คือ ความไม่แน่นอน ต้องดูสถานการณ์ตะวันออกกลาง มองหากกองทุนน้ำมัน บริการสภาพคล่องได้ ไม่จำเป็นออก พ.ร.ก.ค้ำประกันเงินกู้กองทุน
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในขณะนี้ ว่าดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ จากที่เคยขาดทุนมากสุดวันละ 2,500 ล้านบาท ตอนนี้อยู่ที่วันละประมาณ 400-500 ล้านบาท เป็นระดับที่สามารถบริหารจัดการได้
เมื่อถามว่าราคาน้ำมันจะลดลงอีกหรือไม่นายเอกนัฏ กล่าวว่าตนได้พูดมาหลายครั้ง จะพิจารณาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยขณะนี้สถานการณ์สู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลางเป็นข่าวดีตอนนี้กำลังมีการเจรจากัน แต่ผลการเจรจายังไม่แน่นอน ว่าราคาล่าสุดเห็นว่าราคาน้ำมันดิบราคาลดลงไปเล็กน้อย ส่วนน้ำมันสำเร็จรูป เช่น น้ำมันดีเซลที่ตลาดสิงคโปร์ 4-5 วันที่ผ่านมามีการปรับราคาลดลงจาก 300 เหรียญ ดอลลาร์สหรัฐฯ เหลือ 200 เหรียญดอลลาร์สหรัฐซึ่งคาดว่าน่าจะสามารถปรับราคาหน้าปั๊มลงได้ในระดับหนึ่ง
ส่วนช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 10 – 16 เมษายนนี้มีโอกาสที่น้ำมันจะลดลงหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่าแม้เป็นวันหยุด แต่ตนเองไม่ได้หยุดซึ่งมีภาร โดยมีภารกิจอยู่ 2 ภารกิจ คือ การติดตามให้มีน้ำมันใช้เพียงพอใช้เพียงพอในช่วงสงกรานต์ รวมไปถึงการสรรหาน้ำมันดิบมาสำรองไว้ให้ได้มากที่สุดในประเทศ เพื่อรองรับสถานการณ์หากมีการบานปลาย
และภารกิจที่สอง คือการติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก และสถานการณ์ความไม่แน่นอนในพื้นที่ตะวันออกกลาง เพื่อที่จะประเมินสถานการณ์ ว่าราคาน้ำมันจะเป็นอย่างไร ซึ่งกองทุนน้ำมันสามารถทำหน้าที่ได้คือการประเมินสถานการณ์ เพราะหาก ราคาตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น ลงหรือลง ในที่สุดก็ต้องมีการปรับราคาตาม
เมื่อถามว่าในขณะนี้มีน้ำมันใหม่มาเติมเท่าไหร่ นายเอกนัฏ ระบุว่าเท่าที่ดูในช่วงเดือนเมษายนมาตามคิว ส่วนเดือนพฤษภาคม สามารถสัญญาว่าอยู่ได้ทั้งเดือน สามารถสัญญาว่าน้ำมันดิบจะพอครบตลอดทั้งเดือน ขณะที่เดือนมิถุนายนเริ่มมีการสั่งซื้อและสัญญาในเรื่องนี้ มีการติดตามรายละเอียดทุกวัน ชี้ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน
เพราะหากสถานการณ์ปะทุขึ้นมา แม้ว่าจะสั่งซื้อน้ำมันดิบจากต่างประเทศมาแล้วหรือรออยู่บนเรือก็ทำให้ไม่แน่ใจ ว่าจะมีใครมาประมูลซ้อนใส่วอพรีเมี่ยมช่วงชิงไปหรือไม่ เพราะฉะนั้นต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง
ส่วนการหาน้ำมันเพิ่มเติมนอกจากรัสเซียและแอฟริกาแล้ว จะมีการหาแหล่งอื่นเพิ่มเติมหรือไม่ นายเอกนัฏกล่าวว่า เราไม่ได้ซื้อเดิมทีเราไม่ได้ซื้อน้ำมันจากพื้นที่นี้อยู่แล้ว มาจากมาจากหลายแหล่งหลายประเทศ แต่ต้องดูความเหมาะสม ไม่ใช่แค่ว่าดูคุณภาพน้ำมันดีหรือไม่ดี ความหนักรวมไปถึงความหนัก ความเบาความหวาน ความเปรี้ยวของน้ำมัน หรือสัดส่วนของกำมะถัน เป็นอย่างไร ซึ่งจะต้องมีความเหมาะสมกับกระบวนการ ผลิตของการกลั่นในประเทศไทยด้วย ซึ่งจะต้องดูทั่วโลก ความจำเป็นหากมีความจำเป็นจึงต้องใช้ช่องทางต้องใช้ช่องทางของกระทรวงการต่างประเทศ ในการสั่งซื้อน้ำมันแบบรัฐต่อรัฐ อย่างไรก็ตามในขณะนี้รวมกันสามารถสั่งซื้อน้ำมันดิบ มาได้ตามกำหนด
เมื่อถามว่า ได้คุยกับกระทรวงการคลังแล้วหรือไม่ กรณีที่จะไม่ค้ำประกันเงินกู้ของกองทุนน้ำมัน นายเอกนัฏกล่าว อยู่ที่สถานะการเงินกองทุนน้ำมัน ซึ่งก่อนวิกฤติสถานะกองทุนเป็นบวก แต่ช่วงวิกฤต จนถึงวันนี้สถานะกองทุนติดลบ เกือบ 60,000 ล้านบาท ช่วงหนักสุดซึ่งช่วงวิกฤตหนักสุดขาดทุนวันละ 2,500 ล้านบาท แต่วันนี้สถานะดีขึ้นขาดทุนหลักร้อยล้านบาทต่อวัน หากกองทุนสามารถหาแหล่งเงินกู้ได้ และบริหารสภาพคล่อง เองคงไม่จำเป็นต้องออก พ.ร.ก. กู้เงินเพื่อให้ อำนาจกระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ของกองทุนน้ำมัน แต่ถ้ามีความจำเป็นก็มีการเตรียมพร้อมรอไว้
ส่วนจะมีการเรียกโรงกลั่นเข้ามาพูดคุยค่าการกลั่นอีกหรือไม่ นายเอกนัฏ เราว่าได้เตรียมไว้อยู่แล้วซึ่งตอนนี้ได้เตรียมไว้หลายกลไกในการพยุงราคาน้ำมัน ไม่ใช่ เฉพาะกองทุนอย่างเดียว รวมไปถึงให้โรงกลั่นลดราคาหน้าโรงงานด้วย การแสดงความรับผิดชอบและแบ่งเบาภาระราคา ในส่วนนี้จะมีการพิจารณาเป็นรอบๆ เพราะราคาค่าการกลั่นก็มีขึ้นลงตามสถานการณ์ ต้องดูตัวเลขจริงว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมีเท่าไหร่ ช่วงเดือนมีนาคมได้มีการประเมิน ว่าตัวเลขทั้งเดือนค่าการกลั่นอยู่ที่ราว 2 บาท ซึ่งเป็นส่วนลดราคาอ้างอิงจากสิงคโปร์
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews