“วีระยุทธ” อัด ครม.นัดพิเศษ ไร้มาตรการรับมือวิกฤตพลังงานช่วงสงกรานต์ เสนอ 4 ข้อเร่งด่วน อุดหนุนขนส่ง-อัปเดตข้อมูลน้ำมัน-กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก-เยียวยากลุ่มเปราะบางทันที
นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยภายว่า หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เมื่อช่วงค่ำวานนี้ ว่า แม้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะเรียกประชุม ครม. ภายหลังเข้าพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อส่งสัญญาณเริ่มต้นการทำงานของรัฐบาลโดยทันที แต่กลับไม่ปรากฏมาตรการหรือแนวทางรองรับสถานการณ์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง
นายวีระยุทธ ระบุว่า สถานการณ์ราคาพลังงานที่ผันผวนในขณะนี้ ส่งผลให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังลังเลต่อการเดินทางกลับภูมิลำเนา ขณะที่ผู้ประกอบการเองก็เผชิญความไม่แน่นอนในการบริหารต้นทุนและประคองธุรกิจ โดยประชาชนคาดหวังให้รัฐบาลแสดงความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือ ทั้งในด้านค่าครองชีพและการประคับประคองเศรษฐกิจ ทั้งนี้ พรรคประชาชนขอเสนอ 4 มาตรการเร่งด่วน เพื่อให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการทันที เพื่อบรรเทาผลกระทบและสร้างความมั่นใจในช่วงเทศกาลสำคัญ ดังนี้
ประเด็นแรก เสนอให้อุดหนุนระบบขนส่งสาธารณะระดับ “เส้นเลือดฝอย” ทั่วประเทศ โดยชี้ว่า แม้ภาครัฐจะตรึงราคาค่าโดยสารรถทัวร์และรถร่วมบริการขนาดใหญ่ไว้จนถึงวันที่ 20 เมษายน 2569 แต่ในส่วนของรถตู้และรถมินิบัสซึ่งเป็นระบบขนส่งต่อเชื่อมไปยังพื้นที่อำเภอและตำบล กลับเผชิญต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงกว่า 50 บาทต่อลิตร จากเดิมที่ใช้อัตราฐาน 38.99 บาทต่อลิตร
สถานการณ์ดังกล่าวมีความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการจะลดจำนวนเที่ยววิ่งหรือหยุดให้บริการในบางเส้นทาง ขณะที่การปล่อยให้ปรับค่าโดยสารแบบลอยตัวก็จะยิ่งเพิ่มภาระให้ประชาชน พรรคประชาชนจึงเสนอแนวทาง “อุดหนุนรายหัว” ตามระยะทางและจำนวนผู้โดยสาร เพื่อรักษาสมดุลทั้งฝั่งผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ
ประเด็นที่สอง เสนอให้เร่งปรับปรุงและอัปเดตข้อมูลสถานการณ์น้ำมันผ่านระบบ Fuel Now ให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยระบุว่า ปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศประมาณ 25,000 แห่ง แต่มีเพียงราว 7,200 แห่งเท่านั้นที่รายงานข้อมูลเข้าสู่ระบบ ส่งผลให้ประชาชนขาดข้อมูลในการวางแผนการเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงที่มีความกังวลเรื่องน้ำมัน
ประเด็นที่สาม เสนอให้รัฐบาลใช้ช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นโอกาสกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ด้วยการจัดตั้ง “จุดซื้อขายสินค้าท้องถิ่น” ในแต่ละจังหวัด เพื่อช่วยระบายผลผลิตเกษตรและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยให้มีการบูรณาการระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานในพื้นที่ รองรับทั้งผู้เดินทางขาออกและขากลับ
ส่วนประเด็นที่สี่ เสนอให้เร่งออกมาตรการเยียวยากลุ่มเปราะบางโดยทันที โดยไม่ควรรอการประชุม ครม. ในวันที่ 11 เมษายน ตามที่ฝ่ายรัฐบาลระบุ เนื่องจากยังมีประชาชนจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตพลังงาน ทั้งกลุ่มชาวนา ชาวประมง ผู้ประกอบการขนส่ง และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับพลาสติก
นายวีระยุทธ ระบุเพิ่มเติมว่า ภาคประมงได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยมีเรือประมงพาณิชย์กว่า 9,000 ลำ และครอบครัวประมงพื้นบ้านกว่า 100,000 ครัวเรือน ที่ต้องเผชิญต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมพลาสติกซึ่งมีผู้ประกอบการกว่า 2,500 แห่ง ก็เริ่มได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน
ทั้งนี้ ยังเสนอให้รัฐบาลเร่งจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม เพื่อรองรับภาคประมงและภาคอุตสาหกรรมที่จำเป็น พร้อมทั้งพิจารณามาตรการช่วยเหลือด้านต้นทุนอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันผลกระทบลุกลามเป็นวงกว้างไปยังภาคเศรษฐกิจอื่น
“รัฐบาลไม่ควรปล่อยให้ประชาชนต้องรอความชัดเจนในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ มาตรการช่วยเหลือสามารถเริ่มต้นได้ทันที หากมีความพร้อมในการบริหารจัดการ”
นายวีระยุทธ ย้ำว่า วิกฤตพลังงานในครั้งนี้ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ในหลายภาคส่วน รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินมาตรการทั้งระยะสั้นและระยะยาวควบคู่กัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดภาระของประชาชนในช่วงสถานการณ์ที่เปราะบางนี้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews