“นายกฯ” เผย ใกล้ได้ข้อสรุปเจรจาลดค่ากลั่น บอก ต้องไม่บีบบังคับเกินไป หวั่นหยุดกลั่นปัญหาเพิ่ม ย้ำ ราคาต้องเป็นไปตามกลไกตลาด อุ้มตลอดไม่ได้ เปิดสาเหตุเงียบเรื่องไอ้โม่ง เพราะไม่อยากให้ข่าวรั่ว ชื่นชม เจ้าหน้าที่สืบเชิงลึก แค่ 1 สัปดาห์ รู้เส้นทางทั้งหมด เชื่อจากนี้ ปริมาณน้ำมัน ไม่ไหลออกอีกแน่นอน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ คตร. ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องของการลดค่ากลั่น ว่า ใกล้จะได้ข้อสรุปแล้ว พยายามเจรจากับโรงกลั่น แนะนำตัวเลขต่างๆมาหารือกัน เท่าที่ได้รับรายงานมา ทุกรายยังให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี หวังว่าจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า
เมื่อถามย้ำว่า แนวโน้มน่าจะได้ลดราคาใช่หรือไม่ นายอนุทิน ชี้ไปที่นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ก่อน จะพูดว่าประธานบอร์ด ปตท.อยู่นี่ ขณะนี้กำลังดูตัวเลขอยู่ พยายามเจรจาลดราคาอยู่ แต่ก็ต้องให้ทางโรงกลั่นน้ำมันอยู่ได้ด้วย ไม่ใช่ไปบีบบังคับ จนรู้สึกว่า หากขายแบบนี้แล้วไม่คุ้มค่าการกลั่น เกิดเขาหยุดกลั่นน้ำมันขึ้นมา ก็จะยิ่งทำให้ปัญหาทวีเพิ่มขึ้นไปอีก ขณะนี้ ที่ได้รับรายงานมา ก็มั่นใจว่าปริมาณน้ำมัน โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ จะเพียงพอ

เมื่อถามว่าลงพื้นที่วันนี้ ก็มีคนมาร้องเรียนเรื่องของราคาน้ำมันให้ช่วยเหลือ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ต้องอธิบายให้ทุกคนได้ฟัง ส่วนใหญ่จะบ่นเรื่องน้ำมันแพง แต่จริงๆแล้ว ราคาตรงนี้ กองทุนน้ำมันยังอุ้มอยู่ ลิตรละประมาณ 17 บาท แต่อุ้มตรงนี้ ไปตลอดไม่ได้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้องหาช่องทางอื่นในการลดภาระให้กับประชาชน ซึ่งการเจรจาค่าการกลั่นก็เป็นอีกทางหนึ่ง แต่สิ่งที่รัฐบาลอยากจะขอความร่วมมือจากประชาชน ค่าน้ำมันไทยไม่ได้เป็นคนกำหนดและไทยไม่มีทรัพยากรประเภทนี้ อยู่ในประเทศ ต้องพึ่งพาการนำเข้า 100% ดังนั้น ช่วงไหนที่มีวิกฤตการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ก็จะต้องใช้น้ำมันให้ประหยัดมากขึ้น
“ไม่ใช่การโยนภาระให้ประชาชน แต่จากที่เคยใช้รถคนละคัน ก็อาจจะต้องไปไหนมาไหนด้วยกัน บ้านไหนที่มีรถไฟฟ้า อาจจะต้องนำรถไฟฟ้าออกมาใช้มากขึ้น ส่วนการไปเติมน้ำมันก็ให้ไปเติมแบบในภาวะปกติ ไม่ต้องขนแกลลอนไปตุนเอาไว้ เพราะจะทำให้เกิดการขาดน้ำมันในระบบ” นายกฯระบุ
เมื่อถามว่าการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จะมีเรื่องวิกฤตพลังงานอยู่ด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มี โดยจะเป็นการพูดถึงการปรับโครงสร้างพลังงาน ในช่วงที่โลกมีวิกฤตการณ์ ความขัดแย้งในภูมิภาคที่ส่งออกน้ำมัน รวมถึงกาาเตรียมพร้อมสภาวะขาดแคลนน้ำมัน และสภาวะความผันผวนของราคาน้ำมัน
เมื่อถามว่า มีการรายงานความคืบหน้ากรณีน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร แล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ทุกหน่วยงานดำเนินการขยายผล และพร้อมดำเนินคดีกับผู้ที่ค้ากำไรเกินควร รวมไปถึงผู้ที่กักตุนน้ำมัน เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย การที่ได้ตรวจสอบพบ ถือเป็นการที่ทำให้เราควบคุมปริมาณน้ำมันที่ออกจากโรงกลั่น เพราะต้องการให้น้ำมันจากโรงกลั่น ทุกลิตรไปถึงมือพี่น้องประชาชน และสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ไม่ใช่นำไปกักตุนเอาไว้เพื่อเก็งกำไร แบบนั้นทำไม่ได้ ต้องชื่นชมเจ้าหน้าที่บ้านเมือง สามารถลงไปสืบได้ในเชิงลึก
“ที่ผมเงียบมาตลอด เพราะต้องการทราบข้อมูลการกระทำผิดไม่ให้ข่าวรั่วออกไป เราทราบแม้กระทั่งว่าเรือลำไหนไปลอยลำ อยู่กลางทะเล ใช้เวลามากเกินควร ที่จะเดินทางจากจุดรับน้ำมันมาจุดส่งน้ำมันได้ แสดงว่าเป็นการถ่วงเวลา เพราะค่าน้ำมันช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ขึ้นทุกวัน เขาจึงใช้วิธีการถ่วงเวลา ซึ่งเราใช้เวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ ก็สามารถติดตามเส้นทางของคนเหล่านี้ได้หมด เชื่อว่าจากนี้ไป การควบคุมปริมาณน้ำมัน จะไม่มีการรั่วไหลออกไป ทั้งลอยลำอยู่กลางทะเล ทั้งถ่ายทอดออกไปนอกประเทศ ผ่านทางช่องทางธรรมชาติต่างๆ” นายกรัฐมนตรี กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อถามว่า ครม.นัดพิเศษ วันที่ 6 เมษายน นี้ จะมีการนำเรื่องน้ำมันเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีบ้างประเด็น เช่น การจัดตั้ง ศบก.ใหม่แทนชุดเดิมกำลังจะสิ้นสุดไปพร้อม ครม.เดิม
จากนี้ไปจะเน้นเรื่องของการควบคุมราคาน้ำมัน รวมถึงการหามาตรการอื่นๆในการช่วยเหลือประชาชน ขณะนี้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เสนอเป็นโมเดลคร่าวๆแล้ว ยืนยันว่า รัฐบาลจะทำทุกวิถีทาง ที่จะช่วยลดภาระประชาชน ในส่วนของค่าครองชีพให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่อย่างที่บอกราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับตลาดโลก จะอุ้มตลอด โดยใช้กองทุนน้ำมันไม่ได้ จึงต้องนำมาตรการอื่นๆมาช่วยเหลือประชาชนด้วย
นายอนุทิน กล่าวถึงกระแสข่าวว่าจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก วันที่ 11 เม.ย.นี้ เลยหรือไม่ ว่า น่าจะเป็นวันอังคารถัดไปหลังจากเสร็จสิ้นการแถลงนโยบาย ซึ่งการแถลงนโยบายรัฐบาล ถ้าเสร็จในวันที่ 10 เม.ย. ครม.ก็จะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ในช่วงนั้นหากมีเรื่องของการใช้กฎหมาย หรือประกาศใดๆ เราสามารถที่จะเรียกประชุม ครม.ได้ เพราะมีช่องทางจะเรียกประชุมทั้งคณะก็ได้ โดยจะใช้มาตรา 8 1ใน3 ก็ถือว่าครบองค์ประชุม ซึ่งไม่ใช่ประเด็นต้องกังวล
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews