“อนุทิน” สั่ง DSI ขยายผลแก๊งกักตุนน้ำมันเป็นคดีพิเศษ ลั่นเอาผิดถึงที่สุด ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก ย้ำสงกรานต์น้ำมันไม่ขาด มีใช้ถึง มิ.ย. จ่อยกระดับ ศบก.พลัส ลุยปรับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงสถานการณ์พลังงานว่า รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามการกักตุนและลักลอบค้าน้ำมันอย่างจริงจัง โดยได้สั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ขยายผลเครือข่าย “แก๊งกักตุนน้ำมัน” และยกระดับเป็นคดีพิเศษ เพื่อดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดกับผู้ที่ฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชนและบ่อนทำลายความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลได้บูรณาการหลายหน่วยงาน อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมธุรกิจพลังงาน กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต และหน่วยงานด้านความมั่นคง ลงพื้นที่ตรวจสอบระบบขนส่งน้ำมันทั้งระบบ โดยพบพฤติกรรมผิดปกติหลายรูปแบบ เช่น การประวิงเวลาขนส่งน้ำมันทางทะเลเพื่อเก็งกำไร การปฏิเสธจ่ายน้ำมันจากคลังไปยังสถานีบริการ และการขนส่งน้ำมันออกนอกเส้นทางเพื่อกักตุน พร้อมเปิดเผยว่า ยังพบความผิดปกติของข้อมูลปริมาณน้ำมันระหว่างหน่วยงานรัฐ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึก รวมถึงการขยายผลไปถึงการลักลอบขนถ่ายทางทะเล และการส่งออกน้ำมันเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต
นายอนุทิน ย้ำว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการค้ากำไรเกินควรในช่วงวิกฤติ ทำให้ภาครัฐต้องแบกรับภาระจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันขาดทุนแล้วกว่า 50,000 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน
“ไม่ว่าใครจะมีอิทธิพลแค่ไหน หากเอาเปรียบประชาชน ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด”
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก โดยยืนยันว่า รัฐบาลมีมาตรการรองรับเพียงพอ และจะไม่เกิดภาวะน้ำมันขาดแคลน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ขอให้ใช้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องกักตุนหรือเก็บใส่แกลลอน ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่า ก่อนเกิดวิกฤติ ประเทศไทยใช้น้ำมันเฉลี่ยวันละ 67 ล้านลิตร แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 85-86 ล้านลิตรต่อวัน สะท้อนว่ามีการกักตุนหรือดึงน้ำมันออกจากระบบจำนวนมาก ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งควบคุมสถานการณ์

นายอนุทิน ยังเปิดเผยว่า ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันดิบเพียงพอใช้ไปจนถึงต้นเดือนมิถุนายน 2569 และอยู่ระหว่างจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะต่อไป นอกจากนี้ รัฐบาลเตรียมยกระดับการทำงานของ ศบก. เป็น “ศบก.พลัส” ในรัฐบาลชุดใหม่ โดยจะขยายภารกิจจากการบริหารจัดการปริมาณน้ำมัน ไปสู่การปรับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ และออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า แม้ประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเป็นหลัก แต่ยังมีความพร้อมจากโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งโรงกลั่นและเครือข่ายจัดหาน้ำมันในต่างประเทศ โดยเฉพาะบริษัทพลังงานของรัฐ ที่สามารถบริหารจัดการให้มีน้ำมันใช้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยขอให้ประชาชนมั่นใจ รัฐบาลจะดูแลไม่ให้เกิดการขาดแคลน และจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ โดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นอันดับแรก
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews