ร้านปุ๋ยโคราช ขอปรับราคาขึ้น หลังต้นทุนค่าขนส่งสูงและบริษัทปุ๋ยปรับขึ้นราคา ขณะที่เกษตรกรอ่วม ต้นทุนการผลิตสูงทุกอย่าง หลายรายแบกไม่ไหว ต้องปล่อยนาให้คนอื่นเช่าทำแทน
จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานและวัตถุดิบหลักในการผลิตปุ๋ยไนโตรเจน ซึ่งไทยนำเข้าปุ๋ยเคมีจากภูมิภาคนี้กว่า 40 % ย่อมจะได้รับผลกระทบโดยตรง
และหากความขัดแย้งยังยืดเยื้อ
ทำให้การขนส่งทางเรือผ่านตะวันออกกลางมีความเสี่ยงและล่าช้า จะส่งผลกระทบโดยตรงทำให้อุปทานปุ๋ยขาดแคลน และค่าขนส่งพุ่งสูง ต้นทุนปุ๋ยจะเพิ่มสูงขึ้นตาม อีกทั้งต้นทุนน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ใช้ในการผลิตปุ๋ยก็เพิ่มขึ้นไปด้วย เกษตรกรจะต้องเผชิญและแบกรับภาระราคาปุ๋ยซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบัน แม้ว่ากระทรวงพาณิชย์ จะยืนยันว่า ไทยมีสต็อกปุ๋ยเคมีรวมกว่า 1.52 ล้านตัน ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการใช้ถึงเดือนสิงหาคม 2569 ในขณะที่รัฐบาลยืนยันว่า ไม่มีการขาดแคลนและกำลังเร่งให้กรมการค้าภายใน
ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และควบคุมราคา ห้ามขายเกินราคาที่กำหนด แต่เกษตรกรยังกังวลว่าสงครามตะวันออกกลางจะยืดเยื้อยาวนาน และสต็อกปุ๋ยที่มีอยู่เป็นสต็อคระยะสั้นๆ เท่านั้น
ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์พื้นที่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา โดยไปที่ร้านเตี่ยซุ่ยหลี เป็นร้านจำหน่ายปุ๋ยรายหนึ่งในเขตเทศบาลตำบลพิมาย ซึ่งเจ้าของร้าน (ขอสงวนชื่อ) ให้ข้อมูลว่า ปุ๋ยขึ้นราคาทุกชนิด ปรับขึ้นถุงละ 100 บาทเพราะค่าขนส่งขึ้นราคา และบริษัทปุ๋ยก็ขึ้นราคาด้วย ทางร้านจึงต้องปรับราคาขึ้นตาม
ขณะที่เกษตรกรรายหนึ่งชื่อ นางบุญชู อริยเดช ชาวนาในเขต ต.ดงใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา บอกว่า “ทำนาตอนนี้แย่มากๆ เพราะราคาปุ๋ยแพงมาก แต่ราคาข้าวที่นำไปขายกลับตกต่ำ ขายไม่ได้ราคา ช่วงทำนาปรังที่ผ่านมา ขายได้แค่กิโลกรัมละ 6-7 บาทเท่านั้น แล้วมาเจอปุ๋ยขึ้นราคาแพงขึ้นกว่าเดิมอีก เกษตรกรพากันเดือดร้อนไปหมด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews