วิกฤตน้ำมันเดือด! เคาะขึ้นรวด 6 บาททุกชนิด อุ้มกองทุนฯ ติดลบหนัก

น้ำมัน เศรษฐกิจ ข่าว การเงิน

สถานการณ์พลังงานของไทยกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญ เมื่อคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับลดอัตราชดเชยราคาน้ำมัน ส่งผลให้ต้องประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันขายปลีก ทั้งกลุ่มดีเซลและเบนซิน รวดเดียว 6.00 บาทต่อลิตร โดยมีผลตั้งแต่เวลา 05:00 น. ของวันที่ 26 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป

 

การขยับราคาครั้งนี้ทำให้โครงสร้างราคาหน้าสถานีบริการน้ำมันเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา พุ่งแตะ 38.94 บาทต่อลิตร ขณะที่กลุ่มเบนซินอย่าง แก๊สโซฮอล์ 95 ทะยานขึ้นไปถึง 41.05 บาทต่อลิตร, แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 40.68 บาทต่อลิตร, แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 36.05 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ E85 อยู่ที่ 32.79 บาทต่อลิตร 

 

 

พิษสงครามตะวันออกกลาง และภาระหนักของกองทุนฯ

 

สาเหตุหลักของการปรับขึ้นราคาอย่างก้าวกระโดดมาจาก 2 ปัจจัยหลัก ปัจจัยแรกคือ “ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง” ที่ดันให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ที่พุ่งทะยานจาก 198.20 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เป็น 242.91 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล 

 

ปัจจัยที่สองซึ่งเป็นแรงกดดันภายในประเทศคือ “วิกฤตสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ที่ปัจจุบันมีประมาณการฐานะติดลบกว่า 35,000 ล้านบาท โดยกองทุนฯ ต้องแบกรับภาระชดเชยราคาสูงถึงวันละ 2,592 ล้านบาท หรือราว ๆ 80,344 ล้านบาท/เดือน การปรับราคาในครั้งนี้จึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อลดภาระและเติมสภาพคล่องให้กองทุนฯ สามารถรักษาสมดุลราคาในระยะยาวได้

 

สกัดจุดรั่วไหล ป้องกันการกักตุนและลักลอบ

 

อีกหนึ่งมิติที่สำคัญคือ การรักษาสมดุลราคาในระดับภูมิภาค ปัจจุบันประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียได้ขยับราคาน้ำมันดีเซลขึ้นไปอยู่ที่ 39.54 บาทต่อลิตร หากไทยยังคงตรึงราคาไว้ให้ต่ำเกินไป ย่อมกลายเป็นช่องโหว่และแรงจูงใจให้เกิดการกักตุน รวมถึงการลักลอบนำน้ำมันออกนอกประเทศเพื่อเก็งกำไร การขยับราคาในครั้งนี้จึงเป็นการป้องกันไม่ให้ทรัพยากรของชาติรั่วไหลไปยังกลุ่มผู้หาประโยชน์โดยมิชอบ

 

เดินหน้ามาตรการรับแรงกระแทก

 

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน รัฐบาลได้เตรียมมาตรการช่วยเหลือโดยมุ่งเป้าไปยังกลุ่มเปราะบาง ภาคการขนส่งสาธารณะ กลุ่มเกษตรกร ชาวประมง ผู้รับเหมาภาครัฐ ตลอดจนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและบริการ เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

 

ในห้วงเวลาที่ความมั่นคงทางพลังงานผันผวน กบน. ได้ส่งสัญญาณวิงวอนขอความร่วมมือให้คนไทยร่วมกันใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าและประหยัดที่สุด เพราะนอกจากจะช่วยลดรายจ่ายในกระเป๋าของตนเองแล้ว ยังเป็นการช่วยชาติลดภาระ และสร้างภูมิคุ้มกันให้กองทุนน้ำมันฯ กลับมาแข็งแกร่ง เพื่อดูแลเสถียรภาพพลังงานของประเทศได้อย่างยั่งยืนต่อไป

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews