กกต. มองดี ศาลรธน.รับวินิจฉัยบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง จะได้ชัดเจน

การเมือง ข่าว

 

กกต.เปิดหมดเปลือก! ย้ำ “ไม่มีคะแนนเพี้ยนแม้แต่ใบเดียว” เคลียร์บัตรเขย่ง-ระบบล่ม โต้คดีถอดรหัสบาร์โค้ด ยันเลือกตั้งยังลับ รอศาล รธน.ชี้ชะตา

 

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเวทีชี้แจงภาพรวมการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่ามกลางข้อสงสัยจากสังคมหลายประเด็น ทั้งเรื่องบัตรเขย่ง ระบบรายงานผล และกรณีถอดรหัสบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง โดยนายแสวง บุญมี ยืนยันหนักแน่นว่า “ทุกคะแนนเสียงของประชาชนไม่มีผิดเพี้ยนแม้แต่คะแนนเดียว” และไม่มีทางที่คะแนนจะถูกเพิ่มหรือลดจากเจตจำนงของผู้ลงคะแนน ซึ่งการชี้แจงดังกล่าวมีขึ้นในกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ ณ ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ โดยเลขาธิการ กกต. ระบุว่า การออกแบบระบบเลือกตั้งของไทยยึดหลัก “โปร่งใส + ตรวจสอบได้” ควบคู่กับ “ความลับของผู้ลงคะแนน” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย

นายแสวง อธิบายด้วยว่า กระบวนการเลือกตั้งถูกออกแบบให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทุกมิติ ตั้งแต่ผู้ใช้สิทธิ์ กรรมการประจำหน่วย (กปน.) ไปจนถึงผู้สังเกตการณ์ เพื่อให้ทุกขั้นตอนสามารถตรวจสอบได้ด้วยสายตา ยกเว้นช่วงการลงคะแนนที่ต้องเป็นความลับตามกฎหมาย

ส่วนในประเด็น “บัตรเขย่ง” ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีจำนวนบัตรเกินจริงหลักหมื่นถึงหลักแสนใบ เลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่า ข้อมูลหลักอยู่ที่เอกสารรายงานผลการนับคะแนน (สส.5/18) ซึ่งติดประกาศหน้าหน่วยเลือกตั้งทุกแห่ง โดยระบุรายละเอียดครบทั้งจำนวนผู้มีสิทธิ์ ผู้มาใช้สิทธิ์ และจำนวนบัตรเลือกตั้ง ทำให้ผู้สมัครสามารถตรวจสอบคะแนนของตนเองได้ทันทีตั้งแต่วันถัดไป

สำหรับระบบรายงานผล ECT Report ที่ถูกวิจารณ์ว่าแสดงผลผิดพลาดนั้น นายแสวงระบุว่า เป็นเพียง “ระบบรายงานแนวโน้มแบบไม่เป็นทางการ” ซึ่งอาจเกิดความคลาดเคลื่อนจากการกรอกข้อมูลจำนวนมาก ยืนยันว่าไม่สามารถใช้เป็นผลอย่างเป็นทางการได้ และไม่เกี่ยวข้องกับผลคะแนนจริง ทั้งนี้ ยอมรับว่าในวันเลือกตั้ง ระบบเคยมีปัญหาทางเทคนิคประมาณ 2 ชั่วโมง ทำให้ตัวเลขแสดงผลกระโดดจากประมาณ 20% เป็นกว่า 70% อย่างรวดเร็ว แต่เป็นเพียงปัญหาการแสดงผลบนหน้าจอ (Dashboard) เท่านั้น ไม่ได้กระทบต่อคะแนนจากหน่วยเลือกตั้ง

สำหรับขั้นตอนการประกาศผล นายแสวง ย้ำว่า ต้องผ่านการตรวจสอบหลายระดับ ทั้งผู้ตรวจการเลือกตั้ง การตรวจสอบตัวเลขในแต่ละหน่วย รวมถึงกรณีที่พบความผิดปกติอาจต้องมีการนับคะแนนใหม่หรือจัดการเลือกตั้งใหม่ในบางหน่วย ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้การประกาศผลต้องใช้เวลา เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคะแนนสะท้อนเจตนาของประชาชนอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ในส่วนของคดีที่ กกต. ดำเนินคดีกับบุคคล 6 ราย กรณีถ่ายภาพและพยายามถอดรหัสบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งนั้น เลขาธิการ กกต. ระบุว่า เป็นการกระทำที่เข้าข่าย “ขัดขวางการเลือกตั้ง” เนื่องจากพยายามเชื่อมโยงข้อมูลผู้ลงคะแนน ซึ่งขัดต่อหลักการลงคะแนนลับที่กฎหมายคุ้มครอง โดยย้ำว่า กกต.มีหน้าที่ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดย “ตรงและลับ” และต้องปกป้องระบบไม่ให้ถูกละเมิด

ขณะเดียวกัน กรณีที่ ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องเกี่ยวกับบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง นายแสวง มองว่าเป็นพัฒนาการเชิงบวก เพราะจะทำให้เกิดความชัดเจนทางกฎหมาย โดยขณะนี้ กกต.ยังรอรายละเอียดจากศาลเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม พร้อมย้ำว่า ปัจจุบันการเลือกตั้งยังคงเป็นความลับอย่างสมบูรณ์ และยังไม่มีข้อพิสูจน์ใดที่ยืนยันได้ว่าสามารถเชื่อมโยงผู้ลงคะแนนกับบัตรเลือกตั้งได้จริง โดยทุกประเด็นที่ถูกร้องเรียนจะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลต่อไป

นอกจากนี้ นายแสวง ยังกล่าวถึงกรณีการฟ้องร้อง กกต. ในหลายคดีช่วงการเลือกตั้งว่า เป็นเรื่องปกติของกระบวนการตรวจสอบในระบอบประชาธิปไตย แต่ยืนยันว่า กกต.ดำเนินการทุกอย่างตามกฎหมายและพร้อมชี้แจงในทุกประเด็น

นายแสวง ทิ้งท้ายว่า ระบบเลือกตั้งไทยไม่สามารถพึ่งพาเจ้าหน้าที่เพียงอย่างเดียวได้ เนื่องจากมีจำนวนจำกัด จึงจำเป็นต้องอาศัย “พลังของประชาชน” ในการร่วมตรวจสอบ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างสุจริต เที่ยงธรรม และสะท้อนเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมย้ำว่า “ทุกคะแนนมีความหมาย และถูกดูแลอย่างดีที่สุดแล้ว

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews