น้ำมันวิกฤต ส่งผลกระทบถึงราคาปุ๋ยเคมี พุ่งขึ้นอีกว่า 200 บาท จากเดิม 800 บาท เป็นถุงละเกือบ 1,200 บาท ด้านชาวนากาฬสินธุ์ ระบุต้องปรับตัวลดทุน
จากการติดตามผลกระทบจากภาวะน้ำมันขาดแคลนในช่วงนี้ พบว่าได้ขยายผลกระทบไปในวงกว้าง ส่งต่อความเดือดร้อนไปถึงเกษตรกร ชาวนาผู้ปลูกข้าวนาปรัง ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยเฉพาะเขตต.ยางตลาด ต.บัวบาน ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด และ ต.ลำพาน อ.เมืองกาฬสินธุ์ เนื่องจากปุ๋ยเคมีตามท้องตลาด มีการปรับราคาสูงขึ้น ทำให้ต้องเพิ่มต้นทุนในการทำนามากขึ้น
ขณะที่ชาวนาหลายราย ได้ปรับลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงอีกหลายเท่าตัว โดยการใช้ปุ๋ยน้ำหรือฮอร์โมนหรือให้อาหารทางใบ ทั้งนี้ เพื่อลดทุนการทำนา แต่กลับพบว่าต้นข้าวไม่เจริญเติบโตเท่าที่ควรและหวั่นผลผลิตลดลง เนื่องจากได้รับปุ๋ยเคมีหรือสารอาหารไม่เพียงพอ

นายประทวน ภูนาพัน อายุ 68 ปี ชาวนาบ้านดงบ่อ หมู่ 10 ต.ยางตลาด อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ช่วงฤดูแล้งนี้ตนและญาติช่วยกันทำนาปรังจำนวน 40 ไร่ ทุกฤดูกาลปลูกข้าวนาปรังที่ผ่านมาใช้ปุ๋ยเคมีบำรุงต้นข้าวเฉลี่ยไร่ละ 1 ถุงหรือไร่ละ 50 กก. รวมลงทุนทั้งค่ารถไถนา ค่าพันธุ์ข้าว ค่าแรงงาน ค่าปุ๋ยเคมี ค่ารถเกี่ยวข้าว ค่าขนส่ง ประมาณ 70,000 บาท ปีใดได้ผลผลิตสูง และขายข้าวเปลือกได้ราคาสูง ก็จะได้กำไรประมาณ 5 หมื่นบาท แต่สำหรับข้าวนาปรังปีนี้ไม่ค่อยจะมั่นใจว่าจะได้ผลผลิตสูง เนื่องจากต้องลดปริมาณการให้ปุ๋ยเคมีลง เพราะปรับราคาสูงขึ้น โดยเพิ่มจากช่วงปกติกระสอบละ 200 บาททีเดียว

นายประทวนกล่าวอีกว่า เดิมปุ๋ยเคมีเฉลี่ยกระสอบละ 50 กก.ราคา 800 บาท แต่หลังจากมีเหตุการณ์สู้รบที่ตะวันออกกลาง กลับพบว่าปุ๋ยเคมีตามท้องตลาดปรับราคาสูงขึ้นจากเดิม เป็นราคาเกือบ 1,200 บาทขณะเดียวกันน้ำมันเชื้อเพลิง ที่จะไปซื้อมาใส่เครื่องสูบน้ำ เพื่อทำการสูบน้ำและเติมน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าว ปั๊มน้ำมันที่เคยไปซื้อกลับไม่มีน้ำมันขายให้ จึงไม่มีน้ำมันเติมเครื่องสูบน้ำ เพื่อนำน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าวต้นข้าวจึงได้รับปุ๋ยไม่เต็มที่ และรับน้ำไม่ต่อเนื่อง มีผลต่อการเจริญเติบโต ที่อาจจะเป็นเหตุให้ผลผลิตลดลงอีกด้วย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews