“ไอติม” ตั้งข้อสังเกต 4 เหตุผล หวั่น กกต. ตัดจบคดีฮั้ว สว.

การเมือง ข่าว

 

“ไอติม” ตั้งข้อสังเกต 4 เหตุผล หวั่น กกต. ตัดจบ “คดีฮั้ว สว.”ไปไม่ถึงศาล พร้อมกางแผนสู้ 2 ขา! หลังถูกวิจารณ์ สส.ส้ม ปล่อยจอย ขณะมองเป็นสิทธิของ ปชป. งดออกเสียงโหวต ปธ.สภาฯ ยันส่ง ‘เท้ง’ ชิงนายกฯ ไม่ได้สร้างภาพ ไม่คิดตั้งรัฐบาลแข่ง

 

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน แถลงเรียกร้องให้สังคมจับตาการประชุมของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในสัปดาห์นี้ หลังมีความกังวลว่า คดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) อาจถูกตัดจบโดยไม่ส่งเรื่องให้ศาลพิจารณา ก่อนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในสภา โดยย้ำว่า กกต.ควรส่งคำร้องให้ศาลพิจารณาตามข้อเสนอของคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 ซึ่งเสนอให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา 229 คน แบ่งเป็น สว. 138 คน และผู้เกี่ยวข้องรวมถึงนักการเมืองอีกจำนวนหนึ่ง โดยขณะนี้เกิดความเห็นต่างระหว่างคณะทำงานของ กกต. ที่คณะไต่สวนชุดที่ 26 มีมติให้ส่งเรื่องไปยังศาล ขณะที่คณะอนุกรรมการวินิจฉัย ชุดที่ 36 ซึ่ง กกต. ตั้งขึ้นมาเพื่อพิจารณาข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสำนวน กลับมีมติไม่ให้ส่งเรื่องต่อศาลและให้ยุติคดี เนื่องจากเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนไม่มีมูลความผิด ซึ่งพรรคประชาชนมีข้อกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าว และตั้งข้อสังเกต 4 ประการว่าเหตุใด กกต.จึงไม่ควรมีมติยุติคดีโดยไม่ส่งศาล ได้แก่

ประการแรก หลักฐานของคณะไต่สวนชุดที่ 26 มีน้ำหนักเพียงพอ ทั้งบัตรเลือก สว.ที่ปรากฏรูปแบบการลงคะแนนตัวเลขชุดเดียวกันจำนวนมาก ซึ่งตามหลักความน่าจะเป็นทางวิทยาศาสตร์แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้นโดยบังเอิญ นอกจากนี้ยังมีหลักฐานการรวมตัว การว่าจ้างเป็นเงินหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท รวมถึงเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือว่ามีน้ำหนักมากกว่าคดีบางกรณีที่ กกต.เคยส่งศาลไปแล้ว หาก กกต.ไม่ส่งเรื่องต่อศาล ก็จำเป็นต้องชี้แจงต่อสังคมอย่างชัดเจนว่ามีพยานหลักฐานใดมาหักล้าง

ประการที่สอง เหตุผลที่อ้างมติของคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 อาจถูกตั้งคำถามเรื่องความชอบธรรม เนื่องจากคณะดังกล่าวถูกตั้งขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2568 ซึ่งเกินกรอบเวลา 1 ปีหลังการรับรองผลการเลือก สว. และอาจขัดต่อระเบียบของ กกต.เอง โดยปัจจุบันมี สว.สำรองบางส่วนยื่นฟ้อง กกต.ในประเด็นนี้แล้ว

ประการที่สาม หาก กกต.มีมติไม่ส่งคดีไปศาล ทั้งที่ไม่มีหลักฐานใหม่มาหักล้าง ก็อาจทำให้สังคมตั้งคำถามถึงการใช้อำนาจโดยมิชอบหรือผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากกรรมการ กกต. 7 คนที่ต้องร่วมตัดสินใจ มีถึง 4 คนที่ได้รับการรับรองจาก สว. ซึ่งอยู่ในรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาในสำนวนคดี

ประการที่สี่ หาก กกต.เร่งมีมติในสัปดาห์นี้ก่อนการเลือกนายกรัฐมนตรี ก็อาจทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเป็นการเร่งเคลียร์คดีเพื่อไม่ให้มีการอภิปรายประเด็นดังกล่าวในที่ประชุมสภา เพราะบุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีบางคนก็อยู่ในรายชื่อผู้ถูกกล่าวหาในสำนวนเช่นกัน

นายพริษฐ์ กล่าวว่า การออกมาให้ข้อมูลครั้งนี้ไม่ได้เป็นการกล่าวหาว่ามีใบสั่ง แต่ต้องการสื่อสารข้อกังวลต่อสาธารณะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการใช้อำนาจโดยมิชอบ พร้อมย้ำว่าหากพบการกระทำที่ผิดกฎหมาย พรรคประชาชนพร้อมดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังเดินหน้าตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้งในหลายประเด็น รวมถึงกรณีการใช้บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจทำให้สามารถตรวจสอบได้ว่าใครลงคะแนนให้ผู้สมัครรายใด ส่งผลให้การออกเสียงไม่เป็นความลับ โดยภาคประชาชนได้ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขณะที่พรรคประชาชนได้ยื่นดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 157 แล้ว พร้อมเรียกร้องให้ยกเลิกการใช้บาร์โค้ดลักษณะดังกล่าวในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

นายพริษฐ์ ยังกล่าวถึงเสียงวิจารณ์ว่าพรรคประชาชนหลังรายงานตัวเป็น สส.แล้วไม่ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบว่า พรรคยังคงเดินหน้าทำงาน “สองขาคู่ขนาน” คือการตรวจสอบผ่านกลไกทางกฎหมายและองค์กรอิสระควบคู่กับการใช้กลไกในสภาผู้แทนราษฎร โดยพรรคเตรียมเสนอร่างกฎหมายอีกประมาณ 20–30 ฉบับ รวมถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ หากพบการใช้อำนาจโดยมิชอบ

ขณะเดียวกัน พรรคประชาชนยังติดตามการตรวจสอบผลการเลือกตั้งที่จังหวัดสุพรรณบุรี เขต 2 ซึ่งผลการนับคะแนนใหม่มีความแตกต่างจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ โดยพรรคได้เรียกร้องให้ กกต.นับคะแนนใหม่ทั้งเขตเลือกตั้ง เพื่อสร้างความชัดเจนและสะท้อนปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการเลือกตั้ง พร้อมทั้งดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการนับคะแนนที่อาจไม่ถูกต้อง

สำหรับกรณีการลงมติเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมา ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์งดออกเสียง นายพริษฐ์ ระบุว่า เป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรคการเมืองในการตัดสินใจ พรรคประชาชนไม่ก้าวล่วง โดยยืนยันว่าได้แจ้งพรรคประชาธิปัตย์ล่วงหน้าว่าจะส่งบุคลากรของพรรคลงชิงตำแหน่งประธานสภาฯ แม้จะไม่ได้ระบุชื่อบุคคลก็ตาม

นายพริษฐ์ ยังกล่าวถึงกระแสวิจารณ์เรื่องการเสนอชื่อ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีว่า ไม่ได้เป็นการสร้างภาพหรือพยายามจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับฝ่ายที่รวบรวมเสียงข้างมากได้แล้ว แต่เป็นสิทธิ์ตามระบบรัฐสภาที่ฝ่ายค้านสามารถเสนอชื่อบุคคลเข้าชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ โดยย้ำว่าพรรคประชาชนไม่ได้พยายามรวบรวมเสียงเพื่อตั้งรัฐบาลแข่งแต่อย่างใด แต่ต้องการใช้สิทธิ์ตามกลไกระบบรัฐสภาเท่านั้น

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews