“ธรรมนัส” บอกเป็นคนไม่ฆ่านาย ไม่ขายเพื่อน อุบหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ยังไม่ชัดส่งแคนดิเดตของพรรคแข่ง ขณะห่วงสู้รบตะวันออกกลาง ต้นทุนทำนาพุ่ง น้ำมัน–ปุ๋ยแพงซ้ำเติมชาวนา หวังรัฐบาลใหม่ ต้องเตรียมรับมือหนัก
ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงท่าทีทางการเมืองของพรรคกล้าธรรม หลังการลงมติงดออกเสียงในการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา โดยยืนยันว่า เป็นมติของพรรค เนื่องจากไม่มีบุคคลที่พรรคเห็นว่าควรสนับสนุน จึงตัดสินใจงดออกเสียง พร้อมย้ำว่า พรรคกล้าธรรมมีหลักการและจุดยืนของตัวเอง และการตัดสินใจ ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจเพียงลำพัง แต่เป็นมติของพรรคก่อนเข้าประชุมสภา
ส่วนกระแสการเมืองที่มองว่า การงดออกเสียงอาจเป็นการเปิดทางเข้าร่วมรัฐบาล ร้อยเอกธรรมนัส ระบุว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการต่อรองทางการเมือง เพราะพรรคกล้าธรรมมีอุดมการณ์และแนวทางของตนเอง ซึ่งกรณีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี พรรคจะเสนอแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเองหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่มีการหารือภายในพรรค ต้องรอการประชุมและพูดคุยกันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
สำหรับความสัมพันธ์ทางการเมืองกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งเคยกล่าวว่า ความเป็นเพื่อนไม่มีวันหมดอายุ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า หากหมายถึงตน ก็ถือว่าเป็นเช่นนั้น เพราะตนให้ความสำคัญกับมิตรภาพ และความเป็นเพื่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะที่เป็นศิษย์เก่านักเรียนเหล่าทัพ ซึ่งยึดถือคำว่าเพื่อนเป็นเรื่องสำคัญ พร้อมย้ำว่า “ชีวิตผมมีเพื่อนเยอะ มีพี่มีน้องเยอะ ผมเป็นคนไม่ฆ่านาย ไม่ขายเพื่อน”
อย่างไรก็ตามเมื่อถามถึงการสนับสนุนนายอนุทินในการโหวตนายกรัฐมนตรี ร้อยเอกธรรมนัส เพียงหัวเราะ และกล่าวว่าเรื่องความเป็นเพื่อนกับเรื่องการเมืองเป็นคนละเรื่องกัน
ในส่วนของภารกิจการทำงาน ร้อยเอกธรรมนัส ระบุว่า แม้จะอยู่ในช่วงรอยต่อของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ แต่ตนและทีมงานยังคงทำหน้าที่จนถึงวันสุดท้าย โดยยังไม่ได้เก็บของที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แม้จะมีการเก็บของบางส่วนที่ทำเนียบรัฐบาลแล้ว เช่น โต๊ะ พระพุทธรูป และของใช้ส่วนตัว
นอกจากนี้ ร้อยเอกธรรมนัส ยังแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและต้นทุนการผลิตภาคการเกษตร โดยเฉพาะราคาน้ำมันและปุ๋ยที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรโดยตรง ชาวนาที่กำลังเข้าสู่ช่วงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวนาปรัง
ร้อยเอกธรรมนัส ระบุว่า แม้ในสถานการณ์ปกติ เกษตรกรไทย โดยเฉพาะผู้ปลูกข้าว ต้องเผชิญกับปัญหาหลายด้านอยู่แล้ว ทั้งต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น และราคาข้าวที่ตกต่ำมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันในช่วงสองปีที่ผ่านมา แม้ผลผลิตข้าวจะออกสู่ตลาดจำนวนมากจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยและมีน้ำเพียงพอ แต่การขยายตลาดกลับยังไม่มากพอ ทำให้การพยุงราคาข้าวยังเป็นภารกิจสำคัญของภาครัฐ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลมากที่สุดในขณะนี้ คือ แนวโน้มต้นทุนการทำนาที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งค่าปุ๋ย ค่าน้ำมัน และค่าเก็บเกี่ยว ซึ่งหากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อก็อาจทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอีก และยิ่งเพิ่มภาระให้กับเกษตรกรไทย
ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า รัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศจำเป็นต้องเตรียมมาตรการรองรับอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการดูแลราคาปัจจัยการผลิต เช่น น้ำมันและปุ๋ย เพราะหากต้นทุน การผลิตยังคงสูงต่อเนื่อง อาจกระทบต่อความสามารถของเกษตรกรในการดำรงอาชีพ และส่งผลต่อเสถียรภาพของภาคการเกษตรในระยะยาว
สำหรับการทำงานในช่วงรอยต่อของการจัดตั้งรัฐบาล ร้อยเอกธรรมนัส ระบุว่า ในฐานะรัฐมนตรีรักษาการจะพยายามดูแลและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน ขณะที่งบประมาณที่สามารถนำมาใช้ได้ ในขณะนี้ส่วนใหญ่เป็นงบกลาง ซึ่งเหลืออยู่ไม่มาก เนื่องจากถูกนำไปใช้ในภารกิจต่าง ๆ ก่อนหน้านี้แล้ว โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแล สถานการณ์และประคองปัญหาไปก่อน จนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารงานอย่างเต็มรูปแบบ
นอกจากนี้ ร้อยเอกธรรมนัส ยังกล่าวถึงแนวทางการพัฒนาเกษตรกรรมในอนาคต เช่น การผลักดันการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำและการสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิต ซึ่งถือเป็นทิศทางใหม่ ที่อาจช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันประเทศไทยมีการพัฒนาพันธุ์ข้าวมากกว่า 30 สายพันธุ์เพื่อรองรับการผลิต แม้ในทางปฏิบัติเกษตรกร บางส่วนจะยังเลือกปลูกพันธุ์ข้าวที่ปลูกง่ายและทนทานมากกว่า แต่ถือเป็นทางเลือกของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่
ร้อยเอกธรรมนัส ย้ำว่า ภาคการเกษตรถือเป็นภาคเศรษฐกิจที่มีความสำคัญต่อประเทศ และในช่วงที่โลกเผชิญกับความผันผวนจากสถานการณ์ความขัดแย้งและวิกฤตเศรษฐกิจ รัฐบาลชุดใหม่จำเป็นต้องเตรียมรับมืออย่างหนัก โดยเฉพาะการช่วยเหลือเกษตรกรในเรื่องต้นทุนการผลิต การขยายตลาด และการเพิ่มมูลค่าผลผลิต เพื่อให้ภาคการเกษตรสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงในอนาคต
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews