“อภิสิทธิ์” คดี “กฤตย์อิชย์” เลี่ยงภาษีให้เป็นไปตามกฎหมาย

การเมือง ข่าว
“อภิสิทธิ์” ชี้คดี “กฤตย์อิชย์” เลี่ยงภาษีให้เป็นไปตามกฎหมาย ย้ำเจ้าตัวพร้อมให้ความร่วมมือ ยอมรับ ปชป. ไม่ถูกเชิญร่วมรัฐบาล เตรียมถกทิศทางโหวตประธานสภา ศุกร์นี้

 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ออกหมายเรียกนายกฤตย์อิชย์ ภาคอิชณน์ สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาคดีเลี่ยงภาษีมูลค่าประมาณ 7.4 ล้านบาท ว่า เจ้าหน้าที่ได้นัดหมายให้เข้าพบในวันที่ 16 มีนาคมนี้ โดยนายกฤตย์อิชย์ได้ยืนยันกับตนว่า จะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ พร้อมย้ำว่า เรื่องดังกล่าวควรให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงและกระบวนการตามกฎหมาย

นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า จากข้อมูลเบื้องต้นที่ทราบ เป็นเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจของครอบครัวซึ่งเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน แต่ยืนยันว่าทุกอย่างต้องดำเนินไปตามกฎหมาย และได้กำชับให้นายกฤตย์อิชย์ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ ส่วนจะมีผลกระทบต่อพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่นั้น ยังไม่สามารถประเมินได้ เนื่องจากยังไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมด และต้องรอให้เจ้าตัวไปรับทราบข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการก่อน

สำหรับกรณีที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า เป็นคดีแพ่ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าเป็นคดีอาญานั้น นายอภิสิทธิ์ อธิบายว่า เรื่องดังกล่าว อาจมีทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาษีและส่วนที่เข้าข่ายความผิดทางอาญา อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างต้องให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย และนายกฤตย์อิชย์ก็พร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ กังวลหรือไม่ว่าคดีดังกล่าวอาจขยายผลจนกระทบต่อสถานะ สส. และนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ในพื้นที่ นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ยังไม่ได้คิดไปถึงขั้นนั้น และควรรอให้ข้อเท็จจริงปรากฏก่อน รวมทั้งยังไม่ทราบว่าเรื่องดังกล่าวถูกโยงเป็นประเด็นทางการเมืองหรือไม่

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ต่อการจัดตั้งรัฐบาลว่า พรรคไม่ได้รับการทาบทามให้เข้าร่วมรัฐบาล และเชื่อว่าฝ่ายรัฐบาล รวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เห็นว่าเสียงสนับสนุนที่มีอยู่เพียงพอแล้ว โดยพรรคประชาธิปัตย์พร้อมทำหน้าที่ในบทบาทที่เหมาะสม และยังคงเดินหน้าผลักดันประเด็นสำคัญที่พรรคเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศ

อีกทั้ง พรรคประชาธิปัตย์ยังคงติดตามปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์และทุนเทาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกรณีที่เคยเตือนว่า มีความเสี่ยงต่อการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไม่ดำเนินการอย่างรวดเร็ว ซึ่งขณะนี้ปรากฏว่า มีการขายหุ้นเกิดขึ้นจริง จึงต้องการคำตอบว่าใครจะรับผิดชอบต่อความเสียหาย และจะมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีกอย่างไร

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบด้านพลังงาน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลมีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับแผนการ บริหารจัดการพลังงาน ทั้งในส่วนของน้ำมัน ก๊าซ และการผลิตไฟฟ้า โดยพรรคเตรียมเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายภายใน 1-2 วันนี้ โดยเห็นว่าประเทศไทยควรลดการพึ่งพาก๊าซในการผลิตไฟฟ้า หากราคาก๊าซในตลาดโลกปรับสูงขึ้น ประชาชนจะเป็นผู้แบกรับต้นทุน ขณะที่โครงสร้างพลังงานยังไม่ได้รับการปรับปรุงอย่างเหมาะสม

ในส่วนของการทำหน้าที่ฝ่ายค้านร่วมกับพรรคกล้าธรรมและพรรคประชาชนนั้น นายอภิสิทธิ์ มองว่า ไม่น่าจะมีปัญหา เนื่องจากการทำงานของฝ่ายค้านแตกต่างจากฝ่ายบริหาร แต่ละพรรค สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลในประเด็นที่ตนเองสนใจได้โดยไม่จำเป็นต้องดำเนินการร่วมกันทุกเรื่อง

นายอภิสิทธิ์ ยังเปิดเผยด้วยว่า พรรคประชาธิปัตย์จะจัดการสัมมนา สส. ของพรรคในวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 15 มีนาคม โดยจะมีการปฐมนิเทศ สส. ทั้งแบบเขตและบัญชีรายชื่อ รวมถึงหารือทิศทางการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร

สำหรับแนวทางการลงมติว่าจะสนับสนุน คัดค้าน หรือ งดออกเสียง นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า จะรอฟังท่าทีจากแต่ละพรรคก่อน โดยตนได้มอบโจทย์ให้ สส. ของพรรคพิจารณาเรื่องดังกล่าวร่วมกัน

ส่วนกรณีที่มีการพูดถึงความเป็นไปได้ในการเสนอชื่อนายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิของฝ่ายรัฐบาลที่จะเสนอชื่อบุคคลจากพรรคแกนนำรัฐบาล และนายโสภณก็ถือเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ทางการเมืองพอสมควร