เกิดเหตุไฟปริศนาเผาป่าภูสิงห์ กาฬสินธุ์ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ สั่งระดมรถดับเพลิง 3 อำเภอ สกัดหวั่นลามพื้นที่ป่า 3,000 ไร่
เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณพื้นที่ตอนล่างของเขาภูสิงห์ ต.ภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ โดยเพลิงลุกไหม้ขึ้นอย่างรุนแรงในพื้นที่ภูสิงห์ คาดว่า ไฟไหม้เกิดขึ้นก่อนประมาณ 2 ชั่วโมงต้นเพลิงเกิดขึ้นทางฝั่งทิศตะวันออก ตำบลสหัสขันธ์ และเกิดลุกลามขึ้นอย่างรวดเร็วเข้ามาบริเวณ พื้นที่ตอนในตำบลโนนบุรี และโหมลุกไหม้อย่างรุนแรงขึ้นไปบนเชิงเขาที่เป็นยอดเขาภูสิงห์ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมะที่สำคัญของจังหวัดกาฬสินธุ์ เนื่องจากด้านบนเป็นวัดภูสิงห์ ที่มี พระพรมภูมิปาโล ขนาดใหญ่ที่ชาวกาฬสินธุ์เคารพนับถือ และถ้ำผาแดง แหล่งท่องเที่ยวผจญภัยของการท่องเที่ยว
จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่ พบ พระครูสิริพัฒนนิเทศก์ ดร. เจ้าคณะอำเภอสหัสขันธ์ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดภูสิงห์ กำลังนำพระลูกวัด ญาติ โยม นำรถบรรทุกน้ำของทางวัด ช่วยกันดับไฟป่าที่กำลังโหมขึ้นมาอย่างรวดเร็วเนื่องจากสภาพอากาศในวันนี้มีลมแรงอยากที่จะดับไฟได้ ทำให้เพลิงได้ลุกไหม้ ขณะนี้คาดว่าไฟป่าได้ลุกไหม้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 300 ไร่
ทั้งนี้จากการสอบถามประชาชนทราบว่า ไฟไหม้ในครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่จะเกิดปัญหาไหม้ทุกปี และคาดว่าเป็นฝีมือของชาวบ้านที่จะจุดไฟเผาป่าด้านล่างและมักจะลุกลามขึ้นมาด้านบนแต่ในครั้งนี้มีความรุนแรงเนื่องจากมีลมประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดทำให้เพลิงที่โหมไหม้มีความรุนแรงรวดเร็ว ขณะเดียวกัน นายสุวรรณธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ลงพื้นที่และเข้าติดตามสถานการณ์เพลิงไหม้ด้วยตนเองพร้อมกับสั่งการให้ทุกภาคส่วนร่วมกันระดมเข้าช่วยเหลือ

นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ นายอำเภอสหัสขันธ์ นายอำเภอห้วยเม็ก นายอำเภอหนองกุงศรี ให้ระดมรถบรรทุกน้ำเข้าดับเพลิงในพื้นที่ด้านล่างและได้สั่งการให้ ผู้อำนวยการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผอ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประสานเจ้าหน้าที่ป่าไม้ นำอุปกรณ์ดับเพลิงเดินเท้าเข้าพื้นที่เพื่อดับไฟป่าที่กำลังลุกลามขึ้นไปบนยอดเขาภูสิงห์
ที่ในขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการเพื่อป้องกันไฟป่าในครั้งนี้ อย่างเร่งด่วน โดยมี อาสาสมัคร จาก มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ และวิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ เตรียมนำโดรนบรรทุกน้ำขึ้นบินดับไฟป่า

รายงานแจ้งว่าพื้นที่ป่าภูสิงห์ เป็นเขตรอยต่อ ระหว่าง ตำบลโนนบุรี ตำบลสหัสขันธ์ และ ตำบลภูสิงห์ พื้นที่ป่าโดยรวมมีจำนวนกว่า 3,000 ไร่ ที่ทางจังหวัดและหน่วยงานสำคัญ ได้ร่วมกันพัฒนาให้เป็นแห่งท่องเที่ยวสำคัญให้กับนักท่องเที่ยวที่นิยมธรรมชาติ และธรรมะจัดสรร และทุกปีมักจะประสบปัญหาไฟป่าแต่ในพื้นที่เชื่อว่าสาเหตุมาจากชาวบ้านที่ต้องการจุดไฟเพื่อจับสัตว์ป่าแต่การเกิดไฟไหม้ในครั้งนี้กับมีความรุนแรงกว่าทุกครั้ง ทำให้พระ ชาวบ้าน ที่อาศัยบริเวณนี้เกรงว่าไฟป่าจะโหมไหม้เผาแหล่งท่องเที่ยวเนื่องจากจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่สามารถดับไฟป่าได้
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารท้องถิ่น ได้ตั้งจุดดับไฟป่า ได้แบ่งออกเป็นสองส่วน คือบริเวณด้านล่างตั้งจุดที่วัดกัลยาณบริหาร ตำบลโนนบุรี และด้านบน เป็นวัดพุทธาวาสภูสิงห์ หรือวัดภูสิงห์ที่ประชาชนต่างพากันระดมดับเพลิงด้วยในระทึก ทั้งนี้ฝุ่นที่เกิดจากไฟที่ลุกไม้ยังทำให้เกิดฝุ่น PM2.5 ฟุ้งกระจายครอบคลุมเกือบทั้งอำเภอแล้ว
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews