ความสัมพันธ์สหรัฐกับสหราชอาณาจักร ที่หลายฝ่ายจับตามองเนื่องจาก ประธานาธิบดีทรัมป์ ออกมาตำหนิที่สหราชอาณาจักรไม่ให้ความร่วมมือตนเอง ในสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม ทั้งสหรัฐและสหราชอาณาจักรต่างเป็นพัธนธมิตรที่ดีต่อกันมาโดยตลอด ความสัมพันธ์ทั้งสองเป็นอย่างไรไปดูกันค่ะ
ความสัมพันธ์ระหว่าง สหรัฐ และ สหาราชอาณาจักรนั้น มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1776 เรียกได้ว่า จากศัตรูทางทหาร กลายเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิด
ความสัมพันธ์ก็ค่อย ๆ ดีขึ้น โดยเฉพาะช่วงศตวรรษที่ 20
ซึ่งทั้งสองประเทศเป็นพันธมิตรทางทหารที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็น สมาชิกของ NATO(องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ) กรือ การร่วมรบในหลายสงคราม
ทั้งสงครามโลกครั้งที่1และครั้งที่2 รวมถึงสงครามอิหร่าน และทั้งสองประเทศยังมีความร่วมมือด้านข่าวกรองผ่านเครือข่าย Five Eyes อีกด้วย เครือข่ายดังกล่าว ประกอบด้วย สหรัฐ สหราชอาณาจักร แคนาดา ออสเตรเลียนิวซีแลนด์ ที่มีเพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองระดับสูง
และเรื่องความสัมพันธ์ทางด้านการเมือง ผู้ของทั้งสองประเทศในหลายยุคสมัยก็เป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน ส่วนด้านเศรษฐกิจและการค้า สหรัฐถือเป็นหนึ่งใน คู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของสหราชอาณาจักรมีบริษัทข้ามชาติของทั้งสองประเทศลงทุนในกันและกันจำนวนมาก ทั้งภาคการเงินของ London และ New York City มีความเชื่อมโยงกันอยู่โดยความสัมพันธ์ของสองประเทศมักถูกเรียกว่า “Special Relationship”ซึ่งเป็นคำที่ อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ใช้กล่าวถึงความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาหลังจบสงครามโลกครั้งที่สอง
แม้กระทั่ง ความร่วมมือด้านนิวเคลียร์ สหรัฐและอังกฤษก็มีความร่วมมือ ด้านอาวุธนิวเคลียร์ผ่านข้อตกลงร่วมกัน มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล อาวุธ รวมถึงการพัฒนา
และที่อาจสำคัญที่สุดสำหรับประธานาธิบดี โดนัล ทรัมป์ คือ สหรัฐมีฐานทัพหลายแห่งในอังกฤษ ที่เอาไว้ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในยุโรป ซึ่งรวมถึงการเอาไว้ปฏิบัติการในตะวันออกกลาง
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ทรัมป์ได้กล่าวว่า “สหราชอาณาจักร ซึ่งเคยเป็นพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่อาจจะเป็นพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเราด้วยซ้ำ ที่จะส่งเรือบรรทุกเครื่องบินสองลำไปตะวันออกกลาง ก็ไม่เป็นไร เราไม่ต้องการมันอีกต่อไปแล้ว แต่เราจะจำไว้ เราไม่ต้องการคนที่เข้าร่วมสงครามหลังจากที่เราชนะไปแล้ว”
ฉะนั้นที่ทำให้หลายฝ่าย หรือ นานาประเทศ จับตามองทั้งประเทศ ณ เวลานี้เพราะ ความสัมพัที่แน่นแฟ้นมานานจะพังลงจริง ๆ หรือไม่ หรือเพียงแค่เหมือนแค่เพื่อนโกรธกัน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews