“ทำเรื่องลมให้ดีก็พอ” รำลึกตำนานอากงจุน ผู้สร้างอาณาจักรพัดลม Hatari

เศรษฐกิจ ข่าว

เมื่อเช้าของวันที่ 5 มีนาคม 2569 ถือเป็นวันสูญเสียครั้งสำคัญของวงการธุรกิจไทย เมื่อข่าวการจากไปอย่างสงบของ “อากงจุน” หรือคุณจุน วนวิทย์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์พัดลมฮาตาริ (Hatari) ในวัย 89 ปี ได้ถูกเผยแพร่ออกมา นี่ไม่ใช่แค่การจากไปของนักธุรกิจพันล้าน แต่คือการปิดตำนานชายผู้สร้างตัวจากศูนย์ ผู้เปลี่ยนสายลมให้กลายเป็นอาณาจักรธุรกิจ และเป็นมหาเศรษฐีที่สวมเสื้อผ้าธรรมดาๆ บริจาคเงินเกือบพันล้านเพื่อต่อลมหายใจให้เพื่อนมนุษย์

 

แน่นอนว่าเรื่องราวของฮาตาริ ไม่ใช่แค่เรื่องของเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่เป็นบทเรียนชีวิตและการทำธุรกิจที่ลึกซึ้งและควรค่าแก่การจดจำ

 

จากเด็กไร้วุฒิ สู่กรรมกรผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา

 

หากย้อนกลับไปในวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2480 เด็กชายจุนเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะยากจนข้นแค้น โดยในวัยเด็กเด็กชายจุนไม่ได้เรียนหนังสือในระบบโรงเรียน ทำให้ไม่มีคุณวุฒิทางการศึกษา อาศัยศึกษาภาษาไทยด้วยตนเอง และเรียนภาษาจีนจากครูที่มาสอนพิเศษตามบ้าน

 

ในวัยเพียง 12 ปี ขณะที่เด็กคนอื่นกำลังวิ่งเล่น จุนต้องเริ่มออกไปทำงานแลกเงินหยาดเหงื่อแรงงาน เขาเริ่มต้นจากการเป็นลูกจ้างกวาดพื้นในร้านขายข้าวสาร ก่อนจะดิ้นรนเปลี่ยนอาชีพไปเรื่อยๆ เพื่อหาเลี้ยงชีพ ทั้งการไปเป็นช่างทำทอง ลูกจ้างขับรถโดยสารประจำทาง และคนขับรถแท็กซี่ ความลำบากในวัยเยาว์นี้เองที่หล่อหลอมให้เขามี “ความอึด” และมองเห็นคุณค่าของเงินทุกบาททุกสตางค์

 

 

“Tory” บทเรียนราคาแพงของการทำธุรกิจ

 

จุดเปลี่ยนของชีวิตเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาได้ก้าวเข้าสู่วงการอุตสาหกรรมพลาสติก จุนเริ่มต้นจากธุรกิจเล็กๆ อย่างการรับจ้างฉีดพลาสติกเพื่อทำชิ้นส่วนของเล่นเด็ก ด้วยความเป็นคนช่างสังเกตและเรียนรู้ไว เมื่อโรงงานเริ่มรับจ้างผลิตชิ้นส่วนพัดลมให้แบรนด์ต่างๆ เขาจึงไม่ได้แค่ผลิตส่งๆ ไป แต่กลับศึกษาโครงสร้าง ระบบวิศวกรรม และกลไกของมอเตอร์พัดลมอย่างถ่องแท้

 

เมื่อมั่นใจในฝีมือ เขาตัดสินใจสร้างแบรนด์พัดลมของตัวเองตัวแรกชื่อ “เค” (K) และ “ทอรี” (Tory) แต่โลกธุรกิจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ในยุคนั้นผู้บริโภคชาวไทยมีความเชื่อมั่นฝังหัวว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ดีต้องมาจากประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น แบรนด์ทอรีจึงไปไม่ถึงฝั่งฝัน แต่นั่นกลับเป็นบทเรียนราคาแพงที่ทำให้เขากลับมาวางกลยุทธ์ใหม่ทั้งหมด

 

กำเนิด “Hatari” แบรนด์ไทยหัวใจซามูไร

 

จากความล้มเหลวของทอรี คุณจุนได้วิเคราะห์จิตวิทยาผู้บริโภคอย่างเฉียบขาด ในปี พ.ศ. 2533 เขาเปิดตัวบริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด พร้อมแบรนด์ใหม่นามว่า “ฮาตาริ” (Hatari) ชื่อที่ฟังดูญี่ปุ่นทุกกระเบียดนิ้ว แต่แท้จริงแล้วคือแบรนด์สัญชาติไทย 100%

 

แต่แค่ชื่อที่ดึงดูดใจยังไม่พอ สิ่งที่ทำให้ฮาตาริคว้าใจคนไทยได้คือ “คุณภาพที่เกินราคา (Value for Money)” ฮาตาริใช้วิธีผลิตชิ้นส่วนเองในประเทศถึง 90% โดยใช้โรงงานของตัวเองในการผลิต ภายใต้บริษัท บริษัท วนวิทย์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตพัดลม Hatari และ OEM ให้กับแบรนด์อื่นด้วย ทำให้ควบคุมต้นทุนได้เฉียบขาด

 

พัดลมฮาตาริจึงขึ้นชื่อเรื่องมอเตอร์ที่ทนทานต่ออากาศร้อนระอุของเมืองไทย ลมแรง ซ่อมง่าย อะไหล่หาง่าย และราคาที่ทุกครัวเรือนเอื้อมถึง ผสานกับกลยุทธ์ “ป่าล้อมเมือง” ที่กระจายสินค้าไปทุกอณู ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าหรูยันร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าตึกแถวปากซอย ทำให้ฮาตาริค่อยๆ กินส่วนแบ่งการตลาดจนกลายเป็นเบอร์ 1 ของไทย

 

 

การตลาดอารมณ์ดี และการส่งไม้ต่อสู่ Gen 3

 

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน การสื่อสารก็ต้องเปลี่ยน ฮาตาริเลือกที่จะไม่ทำโฆษณาที่ดูแข็งทื่อหรือเน้นขายของจนเกินไป แต่เลือกใช้การสื่อสารแบบตลกร้ายและเข้าถึงง่าย โฆษณาหลายตัวกลายเป็นไวรัลระดับประเทศ ซึ่งลบภาพลักษณ์แบรนด์เก่าแก่และทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกผูกพันกับแบรนด์

 

เมื่อถึงเวลาที่อากงจุนต้องถอยฉาก ธุรกิจได้ถูกส่งไม้ต่อมาจนถึงทายาทรุ่นที่ 3 (Gen 3) ซึ่งเป็นคนหนุ่มสาวไฟแรงที่เข้ามาสานต่อวิสัยทัศน์ นำ Data Analytics มาจับพฤติกรรมผู้บริโภค บุกตลาดอีคอมเมิร์ซ และทำการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ (Re-Design) ปรับโฉมพัดลมให้ดูเป็นสไตล์ “มินิมอล (Minimal)” สีพาสเทลและสีโมโนโทน เพื่อให้พัดลมไม่ได้เป็นแค่เครื่องใช้ไฟฟ้า แต่เป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งที่กลมกลืนกับคอนโดมิเนียมยุคใหม่

 

ทว่า ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงและการเติบโต สิ่งหนึ่งที่ทายาทรุ่น 3 ยึดมั่นอย่างเหนียวแน่นคือ “ปรัชญาของอากง” ที่ว่า “โตจากเรื่องลม ทำเรื่องลมให้ดีก็เพียงพอ” ฮาตาริจึงไม่เคยคิดจะกระโดดไปทำทีวี ตู้เย็น หรือสมาร์ตโฟน แต่เลือกที่จะเป็น “ผู้เชี่ยวชาญด้านสายลม” อย่างแท้จริง

 

 

สายลมแห่งความเมตตาที่ไม่เคยหยุดพัด

 

แม้อาณาจักรฮาตาริจะทำรายได้มหาศาล แต่สิ่งที่ทำให้คนไทยจดจำอากงจุนได้ลึกซึ้งที่สุด กลับเป็นภาพของชายชราในเสื้อโปโลเก่าๆ กางเกงสแล็กธรรมดาๆ ผู้ใช้ชีวิตอย่างสมถะ ไม่โอ้อวด และกินอยู่อย่างเรียบง่าย

 

ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2565 ภาพการบริจาคเงินส่วนตัวจำนวนมหาศาลถึง 900 ล้านบาท ให้แก่มูลนิธิรามาธิบดีฯ เพื่อสร้างโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วประเทศและทั่วโลก นิตยสาร Forbes ได้ยกย่องให้ท่านเป็น 1 ใน 15 มหาเศรษฐีผู้ใจบุญแห่งเอเชีย (Asia’s 2022 Heroes of Philanthropy) และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้มอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์เพื่อเชิดชูเกียรติ

 

และเบื้องหลังพัดลม 1 ตัว เกิดจากความทุ่มเทจากคนมากกว่า 1 คน ตลอด 35 ปีที่ผ่านมา Hatari ได้สร้างสรรค์พัดลมที่อยู่คู่กับคนไทยผ่านความตั้งใจของทีมงานทุกคน ดั่ง “ปรัชญาของอากง” ที่ว่า “โตจากเรื่องลม ทำเรื่องลมให้ดีก็เพียงพอ”

 

วันนี้… อากงจุน วนวิทย์ อาจจะจากพวกเราไปแล้ว แต่ “สายลม” ที่เขาสร้างขึ้นจากสองมือเปล่าและความมุมานะ จะยังคงพัดให้ความเย็นสบายแก่คนไทยอย่างต่อเนื่อง และพัดพาแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้แก่นักธุรกิจรุ่นหลังไปอีกตราบนานเท่านาน

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews