จากเหตุการณ์ใหญ่สะเทือนทั่วโลก การโจมตีระหว่างอิหร่าน สหรัฐ อิสราเอลเป็นประเด็นที่ทำให้หลายประเทศต่างจะต้องออกมาแสดงท่าทีล่าสุด สหรัฐรับทราบท่าทีต่าง ๆ และออกมาให้ความเห็นแล้ว จะเป็นอย่างไรไปดูกันค่ะ
เริ่มจากความเคลื่อนไหวสหรัฐต่อ สเปน ล่าสุด โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯขู่จะใช้มาตรการตัดการค้ากับสเปนทั้งหมด หลังสเปน ซึ่งเป็นพันธมิตรในสหภาพยุโรปและนาโต
ปฏิเสธไม่ให้กองทัพสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพในประเทศเพื่อปฏิบัติภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีอิหร่านและทรัมป์ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างการพบหารือกับนายกรัฐมนตรีเยอรมนี ว่า “สเปนทำตัวแย่มาก”และได้สั่งการให้รัฐมนตรีคลัง “ตัดทุกความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับสเปน และยังกล่าวเพิ่มเติมว่า“เราจะตัดการค้ากับสเปนทั้งหมด เราไม่ต้องการมีอะไรเกี่ยวข้องกับสเปนอีก”
โดยก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ได้ย้ายเครื่องบิน 15 ลำ รวมถึงเครื่องบินเติมเชื้อเพลิง ออกจากฐานทัพโรตาและโมรอน ทางตอนใต้ของสเปน หลังรัฐบาลสังคมนิยมของสเปนไม่อนุญาตให้ใช้ฐานทัพดังกล่าวโจมตีอิหร่าน ทั้งนี้ ทรัมป์ยังวิจารณ์สเปนที่ไม่เพิ่มงบประมาณกลาโหมเป็น 5% ของ GDP ตามที่สหรัฐฯ เรียกร้องให้สมาชิกนาโตดำเนินการ พร้อมกล่าวว่า “สเปนไม่มีอะไรที่เราจำเป็นต้องใช้เลย”
ขณะที่อีกหนึ่งประเทศพันธมิตรสำคัญอย่างสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) ก็เผชิญแรงกดดันเช่นกันเมื่อทรัมป์ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เคียร์ สตาร์เมอร์หลังปฏิเสธสนับสนุนการทำสงครามต่ออิหร่าน พร้อมเตือนว่า “ความสัมพันธ์พิเศษ”ระหว่างสองประเทศที่กำลังเผชิญความตึงเครียด ทรัมป์ระบุว่า ผู้นำอังกฤษไม่ได้ให้ความช่วยเหลือ ตามที่สหรัฐฯ คาดหวัง ตัวเขาไม่เคยคิดว่า จะได้เห็นท่าทีเช่นนี้จากสหราชอาณาจักรที่ถือเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของสหรัฐฯ
และยังกล่าวด้วยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยระบุว่า “มันเป็นโลกที่แตกต่างออกไป ความสัมพันธ์ต่างจากที่เราเคยมีกับประเทศของคุณมาก่อน”
ซึ่งเข้าใจได้ว่า นี่เป็นการแสดงความผิดหวัง พร้อมกล่าวเป็นนัยว่า วอชิงตันอาจไม่จำเป็น ต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากอังกฤษในการดำเนินปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลางอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม ด้าน หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ประณามการกระทำของสหรัฐฯและอิสราเอลอย่างรุนแรง กระทรวงการต่างประเทศของจีนปฏิเสธว่า ไม่ได้จัดหาอาวุธ หรือให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่อิหร่าน และย้ำว่า จีนมีแค่การสนับสนุนทางการเมือง และทางศีลธรรมเท่านั้น
ฉะนั้น ความเคลื่อนไหวดังกล่าว สะท้อนรอยร้าวที่เริ่มปรากฏในกลุ่มพันธมิตรตะวันตก ท่ามกลางสงครามที่ยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย ซึ่งอาจส่งผลต่อสมดุลอำนาจทางการเมือง และเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews