เปิดไทม์ไลน์วิกฤต สหรัฐฯ–อิสราเอล โจมตีอิหร่าน

ทั่วไป ข่าว

 

สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ปะทุขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน หลังความพยายามทางการทูตล้มเหลว และกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่สั่นสะเทือนทั้งโลก

 

จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 สหรัฐฯ และอิหร่านเปิดการเจรจา โครงการนิวเคลียร์แบบทางอ้อม ที่กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน โดยมีโอมานทำหน้าที่ไกล่เกลี่ย
ถึงแม้ว่า การพูดคุยจะเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ เนื่องจากอิหร่านยืนยันว่า จะหารือเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์เท่านั้น พร้อมประกาศชัดเจน
หากถูกโจมตีทางทหาร จะตอบโต้รุนแรง และเตือนประเทศอ่าวอาหรับ ที่เป็นที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ ว่าอาจตกเป็นเป้าหมาย

 

ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ การเจรจารอบที่สองจัดขึ้นที่นครเจนีวา ประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 17 ถึง 22 กุมภาพันธ์ แม้โอมานจะเปิดเผยว่ามี “สัญญาณบวก”
แต่ก็ยังคงมีช่องว่างสำคัญในประเด็นหลัก โดยเฉพาะข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้อิหร่านยุติทั้งโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ ขณะที่อิหร่านยืนยันว่าการเจรจาจะจำกัดอยู่เพียงเรื่องนิวเคลียร์เท่านั้น

 

การเจรจารอบที่สาม เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่เจนีวา มีความคืบหน้าบางส่วน และมีแผนจะหารือทางเทคนิคต่อที่กรุงเวียนนา ประเทศ ออสเตรีย ต้นเดือนมีนาคม ซึ่งแม้รัฐมนตรีต่างประเทศโอมานจะระบุในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ว่า อิหร่านตกลงไม่สะสมยูเรเนียม และยอมให้ตรวจสอบ แต่ในวันเดียวกัน ประธานาธิบดี ทรัมป์ เตือนว่า หากการทูตล้มเหลว มาตรการอื่นก็พร้อมถูกนำมาใช้

 

อย่างไรก็ตาม เพียงหนึ่งวันหลังการเจรจารอบสามสิ้นสุดลง วันที่ 28 กุมภาพันธ์ สหรัฐฯ และอิสราเอล เปิดปฏิบัติการทางทหารชื่อ “Operation Epic Fury” โจมตีกรุงเตหะราน
และเมืองสำคัญของอิหร่าน โดยให้เหตุผลว่า เพื่อปกป้องชาวอเมริกัน จากภัยคุกคามเร่งด่วนของระบอบอิหร่าน

 

ทำให้ต่อมา อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน วัย 86 ปี เสียชีวิตจากการโจมตี และมีการประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศ 40 วัน ขณะที่ทรัมป์โพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ระถึงคาเมเนอี ทั้งนี้ อิหร่านตอบโต้ทันที ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายในภูมิภาค รวมถึงประเทศที่เป็นที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ มีรายงานเสียงดังเกิดขึ้นในกรุงริยาด
และในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะเดียวกัน อาคารสูงทางตอนเหนือของอิสราเอลได้รับความเสียหายและมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อยหนึ่งรายในกรุงอาบูดาบี

 

วันที่ 1 มีนาคม สถานีโทรทัศน์ทางการอิหร่านรายงานว่า อับดุลราฮิม มูซาวี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เสียชีวิตจากการโจมตี พร้อมเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกประมาณ 30 คน

 

ส่วนด้าน คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ จัดประชุมฉุกเฉินที่นครนิวยอร์ก เรียกร้องทุกฝ่ายลดความตึงเครียดทันที ก่อนสถานการณ์จะลุกลามเป็นความขัดแย้งขนาดใหญ่

 

ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี ยืนยันว่า ยังไม่มีแผนปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้มีรายงานว่า เรือหลายลำได้รับสัญญาณเตือนทางวิทยุไม่ให้ผ่านเส้นทางดังกล่าว
ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก

 

อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีประกาศการหารือรอบที่สี่อย่างเป็นทางการ จากโต๊ะเจรจา สู่สนามรบ ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน วิกฤตครั้งนี้หลายฝ่ายจับตาอย่างใกล้ชิด
ว่าจะสามารถดึงสถานการณ์กลับเข้าสู่กระบวนการทูตได้อีกหรือไม่ หรือโลกกำลังเข้าใกล้สงครามอย่างเต็มรูปแบบกันแน่

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews