เปิดมหากาพย์ โบโด/กลิมต์ ผู้โค่นยักษ์ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ข่าว กีฬา
เปิดมหากาพย์ โบโด/กลิมต์ จากทีมขายปลาประทังชีวิต สู่ผู้โค่นยักษ์ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

 

ค่ำคืนที่ชื่อของ โบโด/กลิมต์ ถูกประกาศก้องยุโรป คือคืนที่ทีมเล็กจากเมืองหนาวในอาร์กติก เขี่ยรองแชมป์เก่าอย่าง อินเตอร์ มิลาน ตกรอบด้วยสกอร์รวม 5-2

 

ก่อนแข่งไม่มีใครเชื่ออละไม่มีใครให้โอกาสพวกเขาแม้แต่น้อย แต่เมื่อเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น นั่นคือคำตอบที่ชัดที่สุด

 

โบโด/กลิมต์ ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย UCL เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และกลายเป็นทีมที่สองจากนอร์เวย์ในรอบ 38 ปี ต่อจาก ลิลเลสตรอม ที่เคยทำได้ในฤดูกาล 1987-88 นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือผลลัพธ์ของการต่อสู้ยาวนานกว่าทศวรรษ

 

จากดินแดนที่ถูกมองข้าม

สโมสรแห่งนี้ก่อตั้งในปี 1916 ที่เมืองโบโด ทางตอนเหนือสุดของประเทศ พื้นที่ซึ่งในยุคหนึ่งเคยถูกอคติทางภูมิศาสตร์เล่นงาน ทีมจากภาคเหนือถูกกันออกจากฟุตบอลถ้วย และไม่มีสิทธิ์เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุด เพราะถูกมองว่า “ฝีเท้าไม่ถึง”

 

ท่ามกลางความหนาวเย็นและกลางคืนที่ยาวนาน โบโด/กลิมต์ เติบโตอย่างเงียบงัน ก่อนจะเริ่มสร้างชื่อจากการคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยในทศวรรษ 1970 แต่บททดสอบที่แท้จริงมันพึ่งจะเริ่ม

 

ปี 2010 คือช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด สโมสรล้มละลาย ไม่มีเงินจ่ายหนี้ ไม่มีอนาคตที่ชัดเจน พวกเขาตกชั้น และแทบหายไปจากแผนที่ฟุตบอลนอร์เวย์

 

เมืองเล็ก ๆ ที่มีประชากรราว 50,000 คน ไม่ยอมปล่อยให้ทีมรักตายลง แฟนบอลช่วยกันระดมทุนทุกวิถีทาง ตั้งแต่ขายฮอทดอก ไปจนถึงรับบริจาค “ปลาคอดแห้ง” เพื่อนำไปขายหาเงินเข้าสโมสร การกระทำนั้นช่วยต่อลมหายใจให้ทีมที่แทบสิ้นลม หลังผ่านวิกฤตนั้นมาได้ โบโด/กลิมต์ ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนอีกครั้งอย่างมั่นคง

 

การปฏิวัติของ เคติล คนุตเซ่น มาถึง

ในปี 2018 คือจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเคติล คนุตเซ่น เข้ามารับงานเฮดโค้ช เขาไม่ได้สร้างทีมด้วยเงินมหาศาล แต่สร้างด้วยระบบฟุตบอล 4-3-3 ที่เพรสซิ่งสูง วิ่งไม่มีหมด และเปลี่ยนรับเป็นรุกเร็วราวสายฟ้า ทำให้ทีมที่เคยขึ้น ๆ ลง ๆ กลายเป็น “เครื่องจักรสีเหลือง” ที่ไม่มีใครหยุดอยู่

 

ผลลัพธ์คือจากทีมหนีตาย สู่มหาอำนาจในประเทศ พวกเขาครองแชมป์ลีกนอร์เวย์ถึง 4 สมัย (2020, 2021, 2023, 2024) ภายในเวลาเพียง 8 ปีเท่านั้น

 

บทพิสูจน์บนเวทียุโรป

เส้นทางของพวกเขาไม่ได้พุ่งขึ้นทันที แต่ค่อย ๆ ไต่ระดับอย่างชัดเจน

  • เริ่มจากการแพ้ เอซี มิลาน 2-3 ในยูโรปาลีก รอบเพลย์ออฟ
  • ตกรอบคัดเลือก UCL ให้ ลีเกีย วอร์ซอว์
  • สร้างชื่อด้วยการถล่ม โรม่า ยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่ 6-1 ในคอนเฟอเรนซ์ลีก
  • ฤดูกาล 2024-25 ทะลุถึงรอบรองฯ ยูโรปาลีก ก่อนพ่าย ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์

 

แล้วเมื่อมาถึงฤดูกาล 2025-26 บนเวทีที่ใหญ่สุดในยุโรป อย่างศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาสามารถทำผลงานได้ดังนี้

 

รอบลีกเฟส

  • ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1
  • ชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-1

 

รอบเพลย์ออฟ

  • ชนะ อินเตอร์ มิลาน สองนัดรวม 5 ประตู

 

ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรได้สำเร็จ

 

จากทีมที่เคยต้องขายปลาเพื่อประทังชีวิต วันนี้พวกเขายืนอยู่ท่ามกลางมหาอำนาจลูกหนังยุโรปอย่างไม่เกรงกลัว โบโด/กลิมต์ ไม่ได้แค่ชนะฟุตบอล พวกเขาชนะคำสบประมาท ชนะข้อจำกัด และชนะความสิ้นหวังของตัวเอง นี่จึงไม่ใช่เพียงนิทานก่อนนอน แต่มันคือเรื่องจริงของทีมจากขอบโลก ที่กล้าท้าทายศูนย์กลางฟุตบอลยุโรป และกล้าเขียนชื่อของตัวเองลงในหน้าประวัติศาสตร์วงการฟุตบอล

 

 

  

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews