กองทัพเรือรับคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนตรวจหลักฐานทุ่นระเบิดใหม่ในเขตไทย ตอกย้ำสถานะผู้ถูกรุกล้ำอธิปไตยและการยึดมั่นกฎหมายมนุษยธรรมสากล
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ได้มอบหมายให้หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมกองทัพเรือ (นปท.ทร.)ให้การต้อนรับคณะผู้สังเกตการณ์จาก สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เดินทางมาเข้าร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีตรวจพบการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลใหม่ในพื้นที่บ้านหนองรี(บ้านสามหลัง) ตำบลชำราก อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด ซึ่งอยู่ภายในอธิปไตยของ ประเทศไทย
การดำเนินการครั้งนี้มีขึ้นภายหลังเจ้าหน้าที่ทหารเรือตรวจพบการลักลอบวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลและระเบิดแสวงเครื่องจากฝ่าย กัมพูชา รุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทยลึกประมาณ 500 เมตร
ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน และเป็นการละเมิดอธิปไตยของไทยอย่างชัดเจน โดย นปท.ทร. ได้ดำเนินการตรวจพิสูจน์ตามขั้นตอนทางเทคนิคและมาตรฐานสากล ทั้งการรวบรวมเอกสารและวัตถุพยาน การวิเคราะห์ข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญ การตรวจสอบพิกัดกริดทางทหาร และการพิสูจน์ชนิดวัตถุระเบิดภาคสนาม

จากการรวมทั้งได้พบเอกสารทางทหารที่สำคัญ ได้แก่คู่มือการสอนการใช้ทุ่นระเบิด แผนผังสนามทุ่นระเบิด และเอกสารคำสั่งปฏิบัติการที่ระบุพิกัดและช่วงเวลาการดำเนินการในเขตแดนไทย ซึ่งหลักฐานทั้งหมดได้ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านทั้งด้านการแปลเอกสาร การวิเคราะห์พิกัดระบบ UTM และการตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด โดยผลการตรวจสอบยืนยันว่าพิกัดในเอกสารสอดคล้องกับพื้นที่ตรวจพบจริง และลักษณะการวางทุ่นระเบิดมีรูปแบบเป็นระบบ อยู่ในสภาพใหม่ จึงยืนยันได้ว่าเป็นการวางทุ่นระเบิดใหม่ มิใช่ทุ่นระเบิดตกค้างจากสถานการณ์สู้รบในอดีต
นอกจากนี้ จากการปฏิบัติในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดตลอดหลายปีที่ผ่านมา ยังพบการขัดขวางจากฝ่ายทหารกัมพูชาหลายครั้งอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดนส่งผลให้พื้นที่ตามแนวชายแดนยังคงมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยพฤติการณ์ดังกล่าวสะท้อนความพยายามใช้การวางทุ่นระเบิดเป็นเครื่องมือสร้างสภาพพื้นที่ไม่ปลอดภัยเพื่อชะลอกระบวนการปักปันเขตแดนที่ทั้งสองฝ่ายมีกรอบความร่วมมือร่วมกัน

ในการนี้ กองทัพเรือได้นำคณะผู้สังเกตการณ์เข้าเยี่ยมชมศูนย์ราชการุณย์ของ สภากาชาดไทย ณ บ้านเขาล้าน อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด เพื่อสะท้อนบทบาทด้านมนุษยธรรม
ของประเทศไทยที่ได้ให้ความช่วยเหลือผู้อพยพชาวกัมพูชาหลายแสนคนในช่วงสถานการณ์ความไม่สงบในอดีต แสดงถึงแนวทางการดำเนินนโยบายที่ยึดหลักมนุษยธรรม
และสันติวิธีมาอย่างต่อเนื่อง
โฆษกกองทัพเรือกล่าวย้ำว่า ประเทศไทยเป็นฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจากการรุกล้ำอธิปไตยและภัยคุกคามจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในครั้งนี้ จึงได้เปิดพื้นที่ให้คณะผู้สังเกตการณ์
อาเซียนร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอนุสัญญาออตตาวาที่ว่าด้วยการห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ตลอดจนการดำเนินการตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ หลักมนุษยธรรม และการรักษาความมั่นคง ชายแดนอย่างมีความรับผิดชอบ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews