เปิดไทม์ไลน์ นายแอล ผู้ต้องหา ทำร้ายแฟน ยิงรถกู้ภัย หนีคดีนาน 3 วัน ก่อนยอมจำนนขอมอบตัว
จากเหตุการณ์ระทึกขวัญ ในอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี กรณีของนาย นพรัตน์ หรือ แอล ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ ทำร้ายร่างกายภรรยา ยิงปืนใส่รถกู้ภัย จับพ่อตาเป็นตัวประกัน และหลบหนีไปในพื้นที่ต่างๆ จนเป็นเหตุให้ ในจังหวัดปทุมธานีประกาศ ปิดโรงเรียน ไปกว่า 40 แห่ง
สำหรับ คดีนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อกลางดึกวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา นายนพรัตน์ได้ขับรถกระบะตู้ทึบเดินทางออกจากจังหวัดปทุมธานีเพื่อนำใบกระท่อมสดจำนวน 51 ถุง น้ำหนักรวมกว่า 500 กิโลกรัม ไปส่งลูกค้าในจังหวัดชลบุรี โดยมีนางสาวกาญจนา อายุ 26 ปี ภรรยานั่งไปด้วย
ระหว่างทางทั้งคู่เกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงและนายนพรัตน์ได้ลงมือทำร้ายร่างกายภรรยาจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ใบหน้าบวมปูดต่อมาเมื่อรถวิ่งถึงทางหลวงหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์ ช่วงพัทยา-อู่ตะเภา) นายนพรัตน์ได้จอดรถในจุดจอดฉุกเฉิน
ทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยมอเตอร์เวย์เห็นเข้าจึงเข้าไปสอบถามด้วยความหวังดีว่ารถเสียหรือไม่ แต่นายนพรัตน์กลับแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงและใช้อาวุธปืนยิงใส่รถกู้ภัย 2 นัด จนยางล้อหลังแตก ก่อนจะฉุดแขนภรรยาวิ่งหนีหายเข้าไปในป่าข้างทางทิ้งรถของกลางไว้
นายนพรัตน์ พาภรรยาทะลุป่ามาโผล่อีกเส้นทางหนึ่ง และใช้อาวุธปืนข่มขู่ชิงรถซาเล้งของชาวบ้านที่ขี่ผ่านมา บังคับให้ภรรยาขึ้นรถหนีไปด้วยพร้อมคำขู่ว่าจะยิงให้ตายหากคิดหลบหนี ระหว่างทางนายแอลยังบังคับให้ภรรยานำกล่องโฟมขนาดใหญ่มาคลุมศีรษะไว้ เพื่อปิดบังใบหน้าที่มีร่องรอยการถูกซ้อมอย่างหนัก ไม่ให้คนอื่นเห็น
จนกระทั่งเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อรถขับเข้าสู่เขตชุมชน ภรรยาอาศัยจังหวะกระโดดลงจากรถซาเล้งวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดีจนถูกนำส่งโรงพยาบาลบางละมุงสำเร็จ ส่วนนายนพรัตน์ขี่รถซาเล้งหลบหนีออกจากพื้นที่ชลบุรีไปได้
หลังจากหนีการไล่ล่าจากจังหวัดชลบุรี นายนพรัตน์ ได้ย้อนกลับมากบดานในพื้นที่อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี เมื่อทราบข่าวว่าภรรยาแจ้งความดำเนินคดีและเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบรถกระบะจนพบของกลางยาเสพติด
นายนพรัตน์ เกิดอาการคลุ้มคลั่งหนัก บุกไปที่บ้านฝั่งตรงข้ามแล้วจับตัวพ่อตาเป็นตัวประกัน หวังบีบบังคับให้ภรรยาออกมาพบ พร้อมข่มขู่จะทำร้ายร่างกายพ่อตา หากไม่ทำตามข้อเรียกร้อง
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่สถานการณ์ตึงเครียด พ่อตาอาศัยจังหวะช่วงรถชะลอตัวกระโดดหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย นายนพรัตน์ จึงตัดสินใจกระโดดออกทางหน้าต่างบ้านพักและหลบหนีไปทางด้านหลังพร้อมอาวุธปืน
และเมื่อเข้าสู่เช้าของวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ สถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อมีรายงานการปรากฏตัวของนายนพรัตน์พร้อมอาวุธปืน ในเขตชุมชนและมีพฤติกรรมข่มขู่ชาวบ้านต่อเนื่อง
ทำให้ พล.ต.ต. พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี สั่งยกระดับการไล่ล่า โดยระดมกำลังตำรวจจาก 6 โรงพักเข้าปิดล้อมพื้นที่รอยต่อ อ.บางปะอิน-อ.ลาดหลุมแก้ว-อ.ไทรน้อย
ขณะเดียวกันเพื่อความปลอดภัยของเด็กนักเรียนและบุคลากร สถานศึกษาในพื้นที่อำเภอลาดหลุมแก้วและพื้นที่ใกล้เคียงรวมกว่า 17 แห่ง ได้ประกาศหยุดการเรียนการสอนฉุกเฉิน 1 วัน เนื่องจากเกรงว่าผู้ก่อเหตุที่อยู่ในภาวะเครียดจัดและมีอาวุธปืนอาจบุกเข้าไปก่อเหตุในสถานศึกษาตามกระแสข่าวลือ แม้ทางตำรวจจะระบุว่ายังไม่มีการบุกเข้าโรงเรียนจริงก็ตาม
ซึ่งในตอนนี้มีโรงเรียนจังหวัดนนทบุรี – ปทุมธานี ปิดเพิ่มเติมแล้วอีก 20 แห่ง และเพจดังจำนวนมากต่างก็แชร์กระจายข่าวนี้กันว่อนไปทั่วบนโลกออนไลน์ หลังผู้ชายคนนี้หลบหนีอยู่ในพื้นที่โรงเรียนต่าง ๆ ในพื้นที่กำลังประเมินถึงสถานการณ์และทยอยออกประกาศปิดโรงเรียนเนื่องจากสถานการณ์ฉุกเฉิน จากเหตุนายนพรัตน์ หลบหนีเข้ามาในพื้นที่ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเร่งระดมกำลังติดตามตัว
ทางด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง (บิ๊กแจ๊ส) นายก อบจ.ปทุมธานี พร้อมทีมบริหารและนายก อบต.ลาดหลุมแก้ว ได้เดินทางไปยังบ้านพักของผู้ก่อเหตุเพื่อพูดคุยกับ นายประกอบ และ นางละออ บิดามารดาของนายนพรัตน์ เพื่อหาทางเกลี้ยกล่อม
โดย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ประกาศมอบเงินรางวัลนำจับ (ค่าหัว) จำนวน 50,000 บาท ให้แก่ผู้ที่แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุม เนื่องจากเห็นว่าพฤติการณ์ของผู้ก่อเหตุเป็นอันตรายต่อสังคมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะประวัติที่มารดาฝ่ายหญิงระบุว่านายแอลมักใช้ความรุนแรง เคยเอาปืนจ่อหัวแม่ยาย และจากการตรวจค้นบ้าน ยังพบปืนสะสมถึง 7 กระบอก
มารดาของฝ่ายหญิงเปิดเผยข้อมูล ว่า นายนพรัตน์ มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงมาโดยตลอด เคยใช้อาวุธปืนจ่อศีรษะแม่ยายและข่มขู่จะฆ่ายกครัวหลายครั้ง กระทั่งจากการเข้าตรวจค้นบ้านพักครั้งล่าสุด เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนสะสมถึง 7 กระบอก ยิ่งยืนยันความอันตรายของผู้ต้องหารายนี้
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ นายนพรัตน์ในข้อหา กักขังหน่วงเหนี่ยว, ทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพ และความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน
เวลา 16.00 น. ของวันที่ 18 ก.พ. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ และนางลออ แม่ของ ผู้ต้องหา นำตัวนายแอล พร้อมอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ เดินมาไปยัง กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เข้ามอบตัวกับ พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้ช่วย ผบ.ตร.
สอบสวน นายนพรัตน์ฯ ให้การว่า หลังจากหลบหนีแล้วทราบข่าวว่ามีโรงเรียนหลายที่ต้องปิด เรียนเพราะมีกระแสข่าวว่ามีอาการคลั่งและมีอาวุธปืน จึงทำให้ผู้ปกครองต่างพากันหวาดระแวง
ตนเองขอยืนยันว่าไม่ได้เกิดอาการคลั่งแต่อย่างใด จึงได้ติดต่อไปหาแม่ และประสานงานขอความช่วยเหลือกับทางนายชัยวัฒน์ อินทรเลิศ ประธานสภา อบจ. จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ที่อาศัยอยู่ในตำบลละแหง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี โดยมีการนัดหมายให้ไปรับตัวที่ย่านวัดสะพานสูง จังหวัดนนทบุรี
นายแอล ยังขอโทษสังคม โดยระบุว่า ตนเองมีปัญหาทะเลาะกันกับ ภรรยา ไม่คิดว่าจะเป็นเหตุทำให้เกิดการประกาศปิดเรียนในหลายพื้นที่ จนเป็นเรื่องบานปลายขนาดนี้ ซึ่งความรู้สึก ตนเองคิดว่า ตนเองก็มีลูกและหลานเรียนหนังสืออยู่ และได้เห็นเด็กๆและผู้ปกครองหวาดระแวง จึงได้พยายามขอเข้ามอบตัว
ทั้งนี้ นายนพรัตน์ฯ ผู้ต้องหา ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ลาดหลุมแก้ว ควบคุมตัวเพื่อนำไปสอบสวน หลังจากถูกใส่กุญแจมือ นายนพรัตน์ได้เดินเข้าไปหอมแก้ม นางละออ ผู้เป็นแม่ พร้อมทั้งมีพร้อมทั้งมีน้ำตาซึม ตำรวจได้สอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาตามที่ศาลได้ออกหมายจับไว้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews