2 ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน บุก กกต. ยื่นหลักฐานใบขีดคะแนนโผล่บ่อขยะสมุทรปราการ “วีรภัทร” จี้ หากไม่นับคะแนนใหม่ต้องเลือกตั้งใหม่ ด้าน “ประสิทธิ์” ร้อง PDPA ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ชี้ เข้าข่ายล้วงข้อมูลทัศนคติทางการเมือง
ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน 2 คน ประกอบด้วย นายวีรภัทร คันธะ ผู้สมัคร สส.จังหวัดสมุทรปราการ และนายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้สมัคร สส.จังหวัดปทุมธานี เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อร้องเรียนและขอให้ตรวจสอบความผิดปกติที่เกิดขึ้นในการจัดการเลือกตั้ง โดยเฉพาะกรณีพบเอกสารเลือกตั้งและใบขีดคะแนนถูกนำไปทิ้งในบ่อขยะพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ รวมถึงการใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
นายวีรภัทร กล่าวว่า การยื่นหนังสือในครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากกรณีที่มีการพบใบขีดคะแนน ป้าย และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งถูกนำไปทิ้งในบ่อขยะ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ปิดของเทศบาลเมืองลัดหลวง จังหวัดสมุทรปราการ โดยตนได้นำเอกสารและหลักฐานทั้งหมดมายื่นต่อ กกต. เพื่อคัดค้านผลการเลือกตั้ง และขอให้มีการนับคะแนนใหม่ตามอำนาจของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยความผิดปกติที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเพียงกรณีใบขีดคะแนนเท่านั้น แต่ยังพบพฤติกรรมที่น่ากังวลของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) รวมถึงปัญหาบัตรลงคะแนน และการติดรายชื่อผู้สมัครหน้าหน่วยเลือกตั้งที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นได้ยื่นต่อ กกต.จังหวัดไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยย้ำว่าใบขีดคะแนนถือเป็นเอกสารสำคัญที่ต้องจัดเก็บตามระเบียบ ไม่ควรปรากฏอยู่ในบ่อขยะ
นอกจากนี้ นายวีรภัทร ยังตั้งข้อสังเกตถึงเอกสารรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจากจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ถูกพบในบ่อขยะเดียวกัน โดยตั้งคำถามว่าเหตุใดเอกสารจากต่างจังหวัดจึงมาปรากฏในพื้นที่สมุทรปราการ และหากไม่ได้รับการแจ้งจากพลเมืองดีและสื่อมวลชน เหตุการณ์ดังกล่าวอาจไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ
“เอกสารที่พบอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีอีกมากหรือไม่ที่เราไม่พบ หากไม่นับคะแนนใหม่ ก็ควรต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ เพราะนี่ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะหน่วยใดหน่วยหนึ่ง แต่กระทบความเชื่อมั่นต่อทั้งระบบการเลือกตั้ง”
นายวีรภัทร ยังวิพากษ์การดูงานของ กกต. ในต่างประเทศ โดยอ้างถึงกรณีการไปศึกษาดูงานที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจและความโปร่งใสในการจัดประชามติ แต่กลับมีรายงานว่า กกต.ไทยมองว่าระบบดังกล่าวไม่สามารถนำมาใช้ในประเทศไทยได้ พร้อมตั้งคำถามว่า การดูงานดังกล่าวเป็นการไปเพื่อพัฒนาระบบเลือกตั้งจริงหรือเป็นเพียงการเดินทางท่องเที่ยว

ส่วนน้ำหนักของพยานหลักฐาน นายวีรภัทร ยืนยันว่า เอกสารดังกล่าวถูกพบโดยสื่อมวลชน มีภาพปรากฏชัด และไม่ได้เป็นการนำเอกสารไปสร้างหลักฐานเท็จ พร้อมเรียกร้องให้ กกต. สืบสวนหาผู้กระทำผิดและเอาผิดอย่างจริงจัง เพราะเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง
ด้านนายประสิทธิ์ กล่าวว่า ตนมายื่นคำร้องต่อ กกต. ในประเด็นการละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) จากกรณีการใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งเข้าข่ายการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้แจ้งให้ประชาชนทราบล่วงหน้า และอาจเป็นการเก็บข้อมูลความคิดเห็นทางการเมือง ซึ่งกฎหมายห้ามไว้ชัดเจนตามมาตรา 26 มีโทษทางอาญา ทั้งนี้ คำร้องของตนไม่ได้เอาผิดเพียงขั้นตอนการรั่วไหลของข้อมูล แต่รวมถึงขั้นตอนการออกแบบ การรวบรวม และการจัดเก็บข้อมูลทั้งหมด พร้อมโต้แย้งข้ออ้างของ กกต. ที่ระบุว่าการพิมพ์บาร์โค้ดเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากยังมีวิธีการอื่นอีกมากที่สามารถป้องกันการปลอมแปลงได้ โดยไม่จำเป็นต้องแลกกับการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน
“ผมไม่ได้ร้องเรียนเพื่อตัวเอง แต่เพื่อประชาชนกว่า 50 ล้านคน คูหาเลือกตั้งควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย ไม่ใช่คูหาสอดแนม”
นายประสิทธิ์ ยังเปิดเผยว่า ได้ยื่นเรื่องต่อศาลปกครองแล้ว และแสดงความกังวลว่า หากข้อมูลทัศนคติทางการเมืองตกไปอยู่ในมือพรรคการเมืองหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อาจถูกนำไปใช้ในการซื้อเสียงหรือควบคุมการเมืองในระยะยาว จนส่งผลให้พรรคที่ได้ข้อมูลได้เปรียบและชนะการเลือกตั้งซ้ำแล้วซ้ำอีก พร้อมเตือนว่าอาจกระทบถึงข้าราชการและการแต่งตั้งโยกย้ายในอนาคต
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews