ไฟป่าเผาสถานีวิจัยสะแกราชโคราชลุกลามรุนแรงลงถึงถนน 304 ล่าสุดเสียหายแล้วกว่า 6 พันไร่
นายสุรชิต แวงโสธรณ์ ผู้อำนวยการสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช นำเจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุไฟป่าที่ลุกลามภายในเขตสถานีวิจัยสะแกราช ใกล้เขตชุมชนบริเวณท้ายบ้านห้วยแก้ว หมู่ที่ 9 ตำบลภูหลวง อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โดยได้ประสานขอกำลังและรถดับเพลิงจากศูนย์บรรเทาสาธารณภัย สำนักงานพัฒนาภาค 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ,เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาภูหลวง , อบต.ภูหลวง เข้าทำการฉีดน้ำสกัดและช่วยกันดับไฟก่อนที่จะลุกลามเข้าไปในเขตพื้นที่ชุมชน

โดยนายสุรชิต แวงโสธรณ์ ผู้อำนวยการสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช กล่าวว่า เหตุไฟป่าในครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 20:00 น ของวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยต้นเพลิงมาจากบริเวณชายป่าที่อยู่ติดกับบ้านวังน้ำเขียว หมู่ที่ .2 ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำาเขียว จ.นครราชสีมา โดยไม่ทราบสาเหตุ จากนั้นได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว และด้วยความที่พื้นป่าแห่งนี้มีเชื้อเพลิงจากเศษใบไม้หญ้าแห้งจำนวนปีละกว่า 180,000 ตัน ทำให้ยากต่อการควบคุมเพลิง โดยล่าสุดคาดว่าพื้นที่ป่าภายในสถานีวิจัยสะแกราชถูกไฟป่าเผาครอบคลุมไปแล้วกว่า 6,000 ไร่
ด้านนายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นายวุฒิชัย วิรุฬสุนทร ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา นายก้องเกียรติ เต็มตำนาน ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (นครราชสีมา ) และนายกฤษฏิ์ พูนเกษม หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่บัญชาการเหตุไฟป่าภายในพื้นที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช ที่ตำบลอุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ล่าสุดมีพื้นที่ป่าถูกไฟเผาไปแล้วรวมประมาณ 6,400 ไร่ จากเนื้อที่ทั้งหมดที่มีอยู่กว่า 48,800 ไร่ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการไหม้กิ่งไม้ ใบไม้ หญ้า และต้นเพ็กแห้ง โดยได้มีการตั้งจุดบัญชาการเหตุการณ์ที่โรงเรียนบ้านวังน้ำเขียว ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว เพื่อประสานงานในการดำเนินการอย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกันเนื่องจากมีควันไฟปกคลุมพื้นที่บริเวณทางหลวงหมายเลข 304 ปักธงขัย – กบินทร์บุรี หลายกิโลเมตร จึงได้ประสานทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและหมวดการทางหลุมเงิน ติดตั้งป้ายสัญญาณเตือนให้รถชะลอตัวในบริเวณที่มีควันปกคลุมเพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางถนนระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร จึงฝากเตือนพี่น้องประชาชนผู้ที่จะใช้รถสัญจรมาถนนสาย 304 ราชสีมา-กบินทร์บุรี ตั้งแต่โค้งศูนย์ฝึกนิสิตวนศาสตร์จนถึงบริเวณหน้าสถานีวิจัยสะแกราช ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
จากนั้น เฮลิคอปเตอร์ดับไฟป่าจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เดินทางถึงจุดบัญชาการเหตุการณ์พร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ตักน้ำดับไฟ และเริ่มต้นทำการดับไฟทางอากาศทันที โดยใช้วิธีตักน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำเชียงสา ที่อยู่ห่างจากสถานีวิจัยฯประมาณ 2 กิโลเมตร ควบคู่กับการสกัดเพลิงภาคพื้นดินของเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน พยายามจะควบคุมสถานการณ์ไฟป่าที่สถานีวิจัยสะแกราชให้ได้ภายในคืนนี้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews