ทนายรณณรงค์ บุกสภ.ปากเกร็ด ร้อง 157 เอาผิด 7 เสือ กกต. ปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ชี้ทำลายความลับการลงคะแนน
นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทั้งคณะ จำนวน 7 คน ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
นายรณณรงค์ เปิดเผยว่า สาเหตุที่ตนเดินทางมาแจ้งความในครั้งนี้ เนื่องจากตนเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งและได้ไปใช้สิทธิ์ในพื้นที่อำเภอปากเกร็ด โดยหลังจากรับฟังการแถลงข่าวของ กกต. เมื่อช่วงบ่าย วานนี้ เห็นว่าการดำเนินการของ กกต. ขัดต่อหลักการและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน เพราะการลงคะแนนเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นการเลือกผู้สมัครแบบแบ่งเขต หรือแบบบัญชีรายชื่อ ถือเป็นความลับขั้นพื้นฐาน ไม่มีบุคคลหรือหน่วยงานใดมีสิทธิ์ล่วงรู้ว่าประชาชนลงคะแนนให้ใคร
อย่างไรก็ตาม กลับปรากฏว่าบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดที่สามารถนำไปตรวจสอบ สืบสวน หรือพิสูจน์ทราบย้อนหลังได้ว่าเป็นบัตรของบุคคลใด แม้ กกต. จะอ้างว่าหากไม่มีข้อมูลประกอบก็จะไม่สามารถรู้ตัวผู้ลงคะแนนได้ แต่ในมุมมองของตน การมีระบบที่สามารถย้อนกลับไปตรวจสอบได้เช่นนี้ เท่ากับเป็นการทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับอีกต่อไป และขัดต่อสิทธิและเสรีภาพของพลเมืองตามรัฐธรรมนูญ
นายรณณรงค์ ระบุอีกว่า การที่ กกต. อ้างเหตุผลเรื่องความปลอดภัยหรือการป้องกันการสวมสิทธิ์เลือกตั้งนั้น เมื่อพิจารณาในอีกมุมหนึ่งกลับสะท้อนให้เห็นว่ารัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอาจกำลังละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ด้วยการนำข้อมูลการตัดสินใจทางการเมือง ซึ่งควรเป็นความลับสูงสุด ไปอยู่ในระบบที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ทำให้ตนรู้สึกว่าถูกละเมิดสิทธิอย่างร้ายแรง จึงจำเป็นต้องเข้ามาแจ้งความดำเนินคดีไว้เป็นหลักฐาน

นายรณณรงค์ กล่าวต่อว่า หลังจากพนักงานสอบสวนรับแจ้งความแล้ว จะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มีการส่งเรื่องให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ดำเนินการไต่สวนตามขั้นตอนกฎหมาย หากพบว่าการกระทำของ กกต. มีมูลความผิดจริง ตนต้องการให้มีการฟ้องเรียกเงินงบประมาณในการจัดการเลือกตั้งปี 2569 ซึ่งมีมูลค่ากว่า 7 พันล้านบาทคืนให้กับประชาชน
ทั้งนี้ นายรณณรงค์ กล่าวต่อว่า การมาแจ้งความในวันนี้เป็นเพียงการร้องทุกข์เบื้องต้นตามอำนาจของพนักงานสอบสวน แต่เป้าหมายหลักคือการให้ ป.ป.ช. เข้ามาดำเนินการ เนื่องจากกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่า คดีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง ตำรวจมีอำนาจสอบสวนเบื้องต้น และต้องส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ภายใน 30 วัน ซึ่งตนจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดต่อไปครับ
ด้าน พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจได้รับเรื่องร้องทุกข์ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ทำการสอบปากคำผู้ร้องและรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนจัดทำสำนวนส่งให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews