“ดร.เจษฎ์”เตือนคนไม่พอใจผลเลือกตั้ง อย่าแตะหีบบัตร ชี้ผิดกฎหมาย
“ดร.เจษฎ์” เตือนผู้ไม่พอใจผลเลือกตั้ง อย่าแตะหีบบัตร ชี้ผิดกฎหมาย แนะมีหลักฐานทุจริตร้อง กกต.–ส่ง ป.ป.ช. ตามขั้นตอน ย้ำชุมนุมได้ แต่อย่าให้ลุกลาม เสี่ยงพาประเทศสู่วิกฤต
รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ แสดงความเห็นต่อสถานการณ์การเมืองหลังการเลือกตั้ง โดยเฉพาะกรณีกลุ่มผู้ไม่พอใจผลการเลือกตั้งและการนับคะแนน พร้อมออกโรงเตือนให้ทุกฝ่ายเคลื่อนไหวภายใต้กรอบกฎหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายและปัญหาทางกฎหมายในระยะยาว ทั้งนี้ เข้าใจถึงความไม่พอใจของประชาชนและผู้สมัครบางส่วนที่มีต่อผลการเลือกตั้ง หรือข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการนับคะแนน ซึ่งสามารถกดดันหรือแสดงออกได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตที่เหมาะสม โดยหากเห็นว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ประชาชนสามารถใช้กระบวนการตามกฎหมายในการดำเนินการได้
“หากมีพยานหลักฐานว่ามีการทุจริต หรือการนับคะแนนไม่ถูกต้อง สามารถนำหลักฐานไปร้องเรียนต่อ กกต. เพื่อให้ส่งศาลพิจารณา ซึ่งมีกลไกทั้งใบเหลือง ใบแดง หรือการสั่งเลือกตั้งใหม่อยู่แล้ว”

รศ.ดร.เจษฎ์ เน้นย้ำว่า การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับหีบบัตรเลือกตั้ง หรือขัดขวางการทำหน้าที่ของ กกต.โดยตรง ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และอาจทำให้ผู้ร้องเรียนตกเป็นผู้กระทำผิดเสียเอง รวมถึงสร้างภาพลักษณ์เชิงลบทางการเมือง ถูกมองว่าเป็นลักษณะ “ขี้แพ้ชวนตี” ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการเมืองในระยะยาว พร้อมเตือนว่า แม้การรวมตัวชุมนุมย่อยเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์จะสามารถทำได้ แต่ต้องระวังไม่ให้สถานการณ์ลุกลามจนกลายเป็นภาวะอนาธิปไตย หรือการไม่เคารพกฎหมาย
รศ.ดร.เจษฎ์ ยังแสดงความกังวลต่อกระแสในบางกลุ่มที่มีการปลุกระดมให้ประชาชน “ลงถนนให้เต็มเมือง” เพื่อสร้างเงื่อนไขนำไปสู่การประกาศกฎอัยการศึก โดยมองว่าเป็นแนวคิดที่อันตรายต่อประเทศ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผู้ปลุกปั่นหรือฝ่ายที่อาจรอใช้กฎหมายพิเศษก็ตาม โดยทั้งสองฝ่ายกำลังพาบ้านเมืองไปสู่จุดที่อันตราย และไม่เป็นผลดีกับใครเลย พร้อมย้ำว่า สถานการณ์หลังการเลือกตั้งยังมีทางออกอีกมาก หากทุกฝ่ายยึดหลักรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย เคารพกฎหมาย และเคารพกติกา บ้านเมืองก็สามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่เกิดความขัดแย้งรุนแรง
นอกจากนี้ รศ.ดร.เจษฎ์ ยังเน้นบทบาทของประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเยาวชนหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หากพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่ชอบมาพากล เช่น การซื้อสิทธิขายเสียง หรือการเคลื่อนย้ายหีบบัตรที่ผิดปกติ ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที โดยย้ำว่าตำรวจมีหน้าที่คุ้มครองพยานอย่างเต็มที่
ขณะเดียวกัน ยังส่งสัญญาณเตือนไปยัง กกต.ว่า หากมีการร้องเรียนแล้วแต่ไม่มีการดำเนินการ ประชาชนสามารถใช้สิทธิดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือร้องเรียนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้เกิดการตรวจสอบอย่างโปร่งใสได้

ในช่วงท้าย รศ.ดร.เจษฎ์ เรียกร้องไปยังผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกคนให้แสดง “น้ำใจนักกีฬา” โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีข้อกังขาเรื่องคะแนน หากการนับคะแนนใหม่จะช่วยสร้างความชัดเจนและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ก็ควรสนับสนุน เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาบานปลายจนกลายเป็นความขัดแย้งทางกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อเยาวชนและอนาคตของประเทศ
“ถ้าเรามั่นใจว่าเราเล่นอย่างเป็นธรรม นับใหม่ก็นับใหม่ได้ น้ำใจนักกีฬาจะช่วยระงับปัญหาได้ดีกว่าการดึงเรื่องไปผูกโยงความขัดแย้งยาว ๆ บ้านเมืองจะได้ไม่ติดหล่ม และน้อง ๆ จะไม่ต้องเผชิญคดีความในอนาคต”
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





